สงครามอิหร่านสัปดาห์ 10|SET 1,600 กับภาษี 12.5%?

· SET

สงครามสัปดาห์ 10

SET ดีดขึ้นทะลุ 1,600 จุดในช่วงเช้า ท่ามกลางสงครามสหรัฐ-อิหร่านที่ยืดเยื้อมาสู่สัปดาห์ที่ 10 แล้ว แต่ตลาดกลับไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่หลายคนคาด เพราะ Brent ไม่ทำจุดสูงใหม่มาหลายสัปดาห์ และสัญญาณนั้นบอกบางอย่างที่ตัวเลขดัชนียังไม่พูดถึง

บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันที่ไม่สร้างจุดสูงสุดใหม่ คือรูปแบบเดิมจากสงครามอ่าวปี 1990 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ซึ่งในทั้งสองครั้ง ราคาน้ำมันทยอยย่อหลังจากนั้น ไม่ใช่พุ่งต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติที่ net buy เข้า SET ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากำลังอ่านสัญญาณนี้เป็นจุด re-entry ในกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์

SET มีโครงสร้างพิเศษตรงที่กลุ่มเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และเกษตร รวมกันสูงถึง 57% ของดัชนี ทำให้ตลาดไทยลดลงเพียง 0.3% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ขณะที่ตลาดอื่นในภูมิภาคหนักกว่ามาก กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1 ที่ทำผลงานเกินคาดถึง 10.7% ช่วยพยุงฐาน

แต่ความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้ price ในอย่างเต็มที่คือ Yen Carry Trade กำลัง Unwind ธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. กดให้ส่วนต่าง yield แคบลง ทำให้เงินเยนแข็งค่าจากการแทรกแซงรัฐบาลญี่ปุ่นด้วยเม็ดเงินกว่า 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์ เงินบาทที่แข็งค่าตามจะดึง Fund Flow เข้า SET แต่ขณะเดียวกันก็กดกลุ่มส่งออกที่เป็นน้ำหนักหลักของดัชนี

ภาษี 12.5% มาตรา 301

ตรงนี้คือจุดที่สงครามใกล้สงบยังไม่ได้แปลว่า SET ปลอดภัย เพราะความเสี่ยงชุดใหม่กำลังเข้าแทนที่ในทิศทางที่ต่างออกไป

สหรัฐประกาศผลเบื้องต้นภายใต้มาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ จัดไทยอยู่ในกลุ่ม 46 ประเทศที่ยังไม่มีมาตรการเพียงพอ เสี่ยงถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม 12.5% ขณะที่ประเทศที่ลงนาม ART แล้วอย่างมาเลเซีย บังกลาเทศ อาร์เจนตินา ถูกจัดอยู่กลุ่มที่จ่ายเพียง 10% ช่องว่าง 2.5% ดูเล็กแต่ต่อสินค้าส่งออกไทยกว่า 10,000 รายการไปสหรัฐ ผลกระทบในระดับโครงสร้างไม่ใช่จำนวนน้อย

ไทยต้องเร่งเจรจา ART ให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนมิ.ย. ก่อนที่มาตรการภาษีชั่วคราวตามมาตรา 112 สิ้นสุดวันที่ 24 ก.ค. และผลขั้นสุดท้ายจะประกาศออกมา กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ปรับเป้าส่งออกแม้ไตรมาสแรกโตใกล้ 20% เพราะเชื่อว่าชี้แจงได้ แต่ตลาดมองต่างชั้น

นักลงทุนต่างชาติที่เพิ่งเข้าซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกบน thesis สงครามใกล้สงบ กำลังตั้งคำถามว่า Section 301 จะมาตัดรายได้ในปีถัดไปหรือไม่ ราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ HDD ที่ไทยส่งออกไปตะวันออกกลางยังได้รับแรงกดเพิ่มจากช่องแคบฮอร์มุซที่ปิด ทำให้ส่งออก HDD ไทยไป UAE หดตัวถึง 35% ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการ discount ซ้ำชั้น

บล.กรุงศรีปรับเป้า SET เพิ่มขึ้นเป็น 1,680 จุด โดยมองว่า Section 301 กระทบจำกัด และเน้น New CAPEX Cycle เป็น thesis หลัก แต่ถ้าไทยไม่สามารถเซ็น ART ได้ก่อนวันที่ 24 ก.ค. ตรรกะนั้นจะถูกทดสอบโดยตรง

ธปท.ปรับค่าธรรมเนียม

ขณะที่ภายนอกกดดัน ธปท.เพิ่งออกมาตรการที่กระทบรายได้ธนาคารในประเทศโดยตรง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดยังไม่ได้ discount เต็มที่

ธปท.กำหนดมาตรฐานค่าธรรมเนียม 4 ประเภท 19 รายการ บังคับใช้ทยอยตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจาจนถึงเดือนต.ค. 2569 รายการสำคัญได้แก่ค่าธรรมเนียมรายปีบัตร ATM พื้นฐาน ค่าถอนเงินสดบัตรเครดิต ค่า prepayment สินเชื่อ SMEs และค่าต่ออายุวงเงิน แม้ผลกระทบต่อกำไรรวมจะถูกประเมินว่า "จำกัด" แต่สัญญาณที่ตลาดรับคือธปท.เริ่มกดรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นแหล่งรายได้ที่เติบโตได้โดยไม่ต้องปล่อยสินเชื่อเพิ่ม

FSSIA ชี้ว่าผลกระทบตกที่ BBL KTB KTC โดยตรง ขณะที่ KKPS เลือก ADVANC KTB SCB เป็นหุ้นเด่นรับ Virtual Bank ซึ่งเป็นกรอบการประเมินที่ต่างออกไป นักลงทุนสถาบันในประเทศกำลังเผชิญสองกรอบพร้อมกัน คือ fee compression กดรายได้ vs Virtual Bank license เพิ่มมูลค่า ความตึงเครียดระหว่างสองกรอบนี้คือสาเหตุที่หุ้นกลุ่มแบงก์ยังไม่เคลื่อนตัวชัดเจน

ตัวแปรที่จะตัดสินกรอบใดชนะอยู่ที่กำไรไตรมาส 2 ที่จะประกาศช่วงปลายก.ค. ถ้า fee revenue หดตัวชัดเจนก่อนที่ Virtual Bank revenue จะเริ่ม thesis ค่าธรรมเนียมจะกลายเป็นตัวนำ และ Fund Flow สถาบันที่เข้า BBL GULF ในสัปดาห์นี้จะถูกทดสอบว่าตั้งต้นในกรอบใด ตัวเลขที่ต้องติดตามก่อนวันที่ 24 ก.ค. คือผลการเจรจา ART และตัวเลขค่าธรรมเนียมในงบไตรมาส 2 — ทั้งสองตัวนี้จะบอกว่า SET ที่ 1,680 จุดอยู่บนฐานของอะไร

Link copied