ตางชาตซอหนไทย 2.4 หมนลาน พรอมกนเทพนธบตร|SET ยงรวงสญญาณอะไร?

· SET

เมื่อกระแสเงินต่างชาติแล่งตรงข้ามกัน

วันนี้ต่างชาติซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยสุทธิกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท แต่ SET ยังปิดติดลบ 21 จุด ที่ระดับประมาณ 1,520 จุด นักลงทุนที่ติดตามตัวเลขเพียงอย่างเดียวอาจสรุปว่าเป็นเพียงแรงขายทำกำไรหุ้นรายใหญ่อย่าง DELTA แต่มีตัวเลขอีกชุดที่เกิดขึ้นพร้อมกันซึ่งเล่าเรื่องต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ในตลาดพันธบัตรของวันเดียวกัน ต่างชาติเทขายตราสารหนี้ไทยออกไปถึง 2,940 ล้านบาท ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีปรับขึ้นมาที่ 1.62% เพิ่มขึ้น 0.07% จากวานนี้ กระแสเงินสองสายนี้วิ่งสวนทางกันในตลาดทุนของประเทศเดียวกัน ในวันเดียวกัน และนั่นไม่ใช่สัญญาณปกติ

ก่อนที่จะตีความแรงซื้อหุ้นต่างชาติว่าเป็นความเชื่อมั่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเม็ดเงิน 2.4 หมื่นล้านบาทนี้กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มหุ้นใด รายงานตลาดวันนี้ระบุว่านักลงทุนสถาบันต่างชาติเน้นซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นหลัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถือครองในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ฝั่งนักวิเคราะห์จาก "กัณฑรา" ชี้ว่า Fund Flow ดังกล่าวเน้น Big Cap อย่าง CPF และ CPALL ซึ่งเป็นหุ้นที่มีน้ำหนักในดัชนีสูง แต่หุ้น DELTA ที่ร่วงแรงกว่า 5% ในวันเดียว ได้ถ่วงดัชนีไว้จนต่างชาติซื้อเท่าไรก็ยังไม่พอชดเชย การที่ SET ปิดลบทั้งที่ต่างชาติซื้อสุทธิสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ แปลว่าแรงขายในฝั่งนักลงทุนไทยนั้นหนักกว่าที่เห็น

บริษัทจดทะเบียนไทยรายงานกำไรรวมไตรมาสแรกปี 2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 3 แสนล้านบาท ตามรายงานของสำนักข่าวการเงินธนาคาร ตัวเลขนี้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ และถ้าพื้นฐานเป็นตัวชี้ขาด ดัชนีควรปรับขึ้น แต่กลับไม่ใช่เช่นนั้น ยิ่งน่าสนใจเมื่อดูว่าใครเป็นผู้ขาย ภาพที่เกิดขึ้นคือต่างชาติเลือกซื้อหุ้น แต่พร้อมกันทิ้งพันธบัตร ซึ่งหมายความว่าเขาไม่ได้เชื่อมั่นในเครดิตของประเทศระยะยาว เขาแค่ต้องการ equity exposure ในระยะสั้น

กระแสเงินแยกทิศ สัญญาณอะไรในพันธบัตร

การที่ต่างชาติขายพันธบัตรไทยพร้อมกับซื้อหุ้นนั้น เคยเกิดขึ้นในบริบทที่เฉพาะเจาะจงมาก ย้อนไปในปี 2556 ช่วง "Taper Tantrum" เมื่อเฟดส่งสัญญาณลดการซื้อสินทรัพย์ นักลงทุนต่างชาติรีบถอนเงินออกจากพันธบัตรตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย แต่บางส่วนหมุนเข้าหุ้นที่ราคาถูกลงเพราะค่าเงินอ่อน รูปแบบในปี 2569 นี้ใกล้เคียงกันในเชิงโครงสร้าง แม้ต้นเหตุจะต่างออกไป

วันนี้ต้นเหตุมาจากสองทาง ทางแรกคือความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางหลังอินเดียปรับขึ้นราคาน้ำมันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามปะทุ สัญญาณนี้บอกว่าตลาดพลังงานโลกกำลังปรับราคาความเสี่ยงใหม่ ทางที่สองคือการเจรจาสหรัฐ-จีนในซัมมิตที่เพิ่งสิ้นสุดลง ซึ่งตลาดประเมินว่า "ไร้เซอร์ไพรส์" ไม่มีข้อตกลงชัดเจน แต่มีดีลเบื้องต้นด้านปิโตรเลียมและอากาศยาน เมื่อไม่มีปัจจัยใหม่ที่ชัดเจน เงินที่ถือพันธบัตรไทยที่ให้ผลตอบแทนเพียง 1.62% ก็ไม่มีเหตุผลพอที่จะอยู่ต่อ โดยเฉพาะเมื่อพันธบัตรสหรัฐยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ามาก

แต่ที่น่าสังเกตกว่าคือ บลจ. และบริษัทประกันในประเทศซื้อตราสารหนี้ไทยเพียง 452 ล้านบาท ซึ่งห่างกันถึง 6 เท่าจากที่ต่างชาติทิ้งออกมา นักลงทุนสถาบันไทยไม่ได้รีบเข้ารับสถานะที่ต่างชาติขาย ถ้าพวกเขาเชื่อว่าพันธบัตรไทยถูกเกินไปแล้ว ก็ควรซื้อในปริมาณที่มากกว่านี้ การที่พวกเขายังรอดูอยู่ หมายความว่าพวกเขาเห็นความเสี่ยงอีกอย่างที่ยังไม่ถูกสะท้อนในราคา

GDP ไตรมาส 1 และสิ่งที่จะพิสูจน์ว่าใครอ่านตลาดถูก

ตัวแปรที่จะตัดสินว่าการแยกทิศของกระแสเงินวันนี้เป็นสัญญาณเตือนหรือแค่ความผันผวนชั่วคราว คือ GDP ไตรมาสแรกของไทยที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า ตัวเลขนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะถ้า GDP ออกมาต่ำกว่า 2% ซึ่งเป็นระดับที่นักวิเคราะห์หลายสำนักกังวล จะยืนยันว่าที่ต่างชาติขายพันธบัตรไม่ใช่เรื่องอัตราดอกเบี้ยโลกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่กำลังส่งสัญญาณน่ากังวล

ขณะเดียวกัน มาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่คณะรัฐมนตรีกำลังพิจารณาอยู่นั้น อาจเปลี่ยนสมการได้หากถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศอย่างตรงจุด แต่ถ้าออกมาเป็นมาตรการที่กว้างเกินไปโดยไม่มีกลไกกระตุ้นรายได้ที่ชัดเจน ตลาดจะมองว่าเป็นเพียงแรงกระตุ้นชั่วคราว ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

สำหรับนักลงทุนหุ้น แนวรับที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จับตาอยู่คือ 1,500 จุด ถ้า SET ทะลุต่ำกว่าระดับนี้ได้ในสัปดาห์หน้า แรงขายต่างชาติในพันธบัตรอาจลามมาถึงหุ้นด้วย และภาพที่เห็นวันนี้ว่าต่างชาติ "ซื้อหุ้น" ก็จะกลายเป็นแค่ Tactical rebalancing ที่ไม่ได้บ่งบอกความเชื่อมั่นระยะยาวในตลาดไทยเลย แต่ถ้า GDP ออกมาเหนือ 2.5% และ ครม. อนุมัติมาตรการกระตุ้นที่มีขนาดชัดเจน Yield พันธบัตร 5 ปีอาจหยุดปรับขึ้น และต่างชาติที่ขายไปวันนี้อาจหมุนกลับมาซื้อใหม่

คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่าต่างชาติเชื่อมั่นในตลาดไทยหรือไม่ แต่คือเขากำลังรอดูตัวเลขอะไรอยู่ และคุณรู้ตัวเลขนั้นก่อนเขาหรือเปล่า

Link copied