ไทยช่วยไทย 26 ล้านคน ดัน GDP 1.8%|โรงงานปิดสุทธิครั้งแรกใน 10 ไตรมาส

· SET

GDP ขึ้น โรงงานลง — ตัวเลขเดียวกัน รายงานเดียวกัน

ในรายงานฉบับเดียวกันของ TISCO ESU วันนี้ มีตัวเลขสองชุดที่อยู่ร่วมกันโดยไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่า "ฟื้นตัว" เพียงคำเดียว ชุดแรกคือการปรับประมาณการ GDP ปี 2569 จาก 1.2% ขึ้นเป็น 1.8% อ้างอิงข้อมูลไตรมาสแรกและโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 25.4 ล้านคน ชุดที่สองคือการระบุในรายงานเดียวกันว่านี่คือการฟื้นตัวแบบ K-shaped และเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาสที่โรงงานปิดตัวมากกว่าเปิดใหม่สุทธิ SET ปิดวันนี้ที่ 1,568.97 จุด ลบ 1.98 จุด มูลค่าการซื้อขาย 62,570 ล้านบาท ในวันที่ตัวเลขหัวข่าวดูเป็นบวก ตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ตอบสนองตาม GDP narrative แม้แต่น้อย คำถามที่ตามมาคือนักลงทุนกำลังอ่านตัวเลขชุดไหนอยู่

สองเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ขับเคลื่อนโรงงาน

เพื่อให้เห็นว่าทำไมสองชุดตัวเลขนี้ถึงเกิดพร้อมกันได้ ต้องแยกแหล่งที่มาของ GDP ที่ขยายตัวออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการบริโภคภายในประเทศที่ถูกอัดฉีดชั่วคราวจากโครงการแจกเงินสวัสดิการ รัฐบาลรับภาระ 60% สูงสุด 200 บาทต่อวันต่อคน ผ่านร้านค้า 631,856 แห่งทั่วประเทศ ตัวเลขนี้จะปรากฏในตัวเลขการบริโภคของ GDP แต่เป็น demand ที่อายุสั้นและไม่สร้าง capacity ใหม่ในภาคการผลิต ส่วนที่สองคือการส่งออกที่ขยายตัว ซึ่ง TISCO ESU ระบุว่าส่วนหนึ่งเป็น transshipment — สินค้ากลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ถูกส่งผ่านไทยไปยังตลาดอื่น ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างการนำเข้าและส่งออกของ HS code กลุ่มนี้อยู่ที่ 0.85 ถึง 0.92 ซึ่งสูงผิดปกติสำหรับประเทศที่ไม่ได้ผลิตชิปเองในประเทศ การส่งออกลักษณะนี้เพิ่ม GDP ตามสถิติ แต่ไม่ได้เพิ่มการจ้างงานหรือกำลังการผลิตในไทย นั่นจึงอธิบายว่าทำไมโรงงานถึงปิดสุทธิในช่วงเวลาเดียวกับที่ GDP ถูกอัปเกรด และทำไม K-spread ถึงกว้างขึ้นแทนที่จะแคบลง แต่มีคำถามที่ยังแขวนอยู่ คือ ถ้าช่อง transshipment เหล่านี้ถูกปิดในอนาคต ส่วนใดของ GDP 1.8% จะยังเหลืออยู่

ตัวเลขตัวไหนคือ "ความจริง" สำหรับพอร์ต

สำหรับกลุ่มการเงิน นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า คาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะเปิดใช้สัปดาห์หน้าจะส่งผลต่อปริมาณธุรกรรมและสินเชื่อรายย่อย หุ้นที่ยังต่ำกว่าระดับก่อนความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ รวมถึง SAWAD ที่ต่ำกว่า 25% MTC ที่ต่ำกว่า 24% และ CHG ที่ต่ำกว่า 21% มีนักวิเคราะห์มองว่าเป็น recovery play อยู่ อย่างไรก็ตาม ฐานความเชื่อของ recovery play นี้ต้องการให้ demand ที่อัดฉีดเข้ามาจากโครงการรัฐแปลงเป็นกำลังซื้อที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่ยอดธุรกรรมชั่วคราว ขณะเดียวกัน CPN ที่ประกาศลงทุน 2,000 ล้านดอลลาร์ในเวียดนามระยะ 15-20 ปี ผ่าน MOU กับ Sun Group สะท้อนให้เห็นทิศทางที่เงินทุนไทยเลือกหา demand ที่มีฐานแท้จริงมากกว่าในประเทศในระยะยาว เส้นทางที่จะยืนยันว่า GDP 1.8% มีมิติการผลิตรองรับ คือถ้า Q2 อุตสาหกรรมการผลิตพลิกกลับมาเป็นบวกสุทธิ และโรงงานเปิดใหม่มากกว่าปิด เส้นทางที่จะพิสูจน์ว่าตัวเลขนี้เป็นเพียง accounting upside คือถ้าตัวเลขโรงงานปิดสุทธิยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 11 จุดตรวจสอบที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลข GDP รายไตรมาส แต่คืออัตราส่วนโรงงานเปิดใหม่ต่อโรงงานปิดตัวใน Q2 และค่าสหสัมพันธ์ semiconductor export ระหว่าง value-added กับ volume — ถ้าสองตัวเลขนี้ยังสวนทางกันอยู่ การที่ TISCO ESU ตัดเป้า GDP ปีหน้าเหลือ 1.7% พร้อมเตือนว่าบาทเสี่ยงแตะ 34 บาทต่อดอลลาร์ อาจบอกเล่าเรื่องราวที่แม่นยำกว่าตัวเลขปีนี้ที่กำลังได้รับการยกขึ้น

Link copied