โรบอทเทรด 43% ดัน FORTH 13%|ใครตั้งราคาหุ้นไทยอยู่จริงๆ?

· SET

วันที่ตลาดเดินด้วยโปรแกรม

วันนี้มีเงิน 7.2 หมื่นล้านบาทไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยพร้อมกัน แต่ SET ปิดบวกแค่ 3 จุด

ตัวเลขนั้นไม่ขัดแย้งกัน — มันชี้ไปที่คำถามเดียวกัน ว่าวันนี้ใครเป็นคนตั้งราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย

SET ปิดที่บวก 3.03 จุด มูลค่าซื้อขาย 5.84 หมื่นล้านบาท แรงหนุนมาจากกลุ่มธนาคารและ DELTA แต่ตัวเลขที่น่าสนใจกว่าซ่อนอยู่ในรายงาน Program Trading ของวัน โดยโรบอทเทรดหรือการซื้อขายผ่านระบบอัตโนมัติครองสัดส่วนถึง 43% ของวอลุ่มทั้งตลาด ขณะที่หุ้น FORTH มีมูลค่าการซื้อขายผ่าน Program Trading สูงสุด 124.27 ล้านบาท คิดเป็น 18.53% ของมูลค่าซื้อขายแบบ Auto Matching ที่ 670.88 ล้านบาท และราคาหุ้นปิดพุ่ง 13% ในวันเดียว

ในด้านปัจจัยพื้นฐานนั้น บจ.ไทยประกาศกำไร Q1/2569 รวม 3.69 แสนล้านบาท โต 25% กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีหนุนหลัก ขณะที่ bจ.ในตลาด mai กำไรสุทธิ 2,526 ล้านบาท โตถึง 25.3% ยอดขาย 51,660 ล้านบาท นี่คือฤดูกาลรายงานงบที่ดีที่สุดฤดูหนึ่งในรอบหลายปี แต่ดัชนีตอบสนองด้วยการขยับเพียง 3 จุด แทนที่จะวิ่งแรงตามกำไร

ฝั่งตราสารหนี้พูดภาษาต่างออกไปอย่างชัดเจน กองทุน ประกัน และนักลงทุนต่างชาติซื้อพันธบัตรไทยสุทธิ 7.2 หมื่นล้านบาทในวันเดียว อัตราผลตอบแทน 5 ปีปิดที่ 1.74% ลดลง 0.02% — เงินสถาบันเลือกที่จะ lock yield แทนที่จะเข้าตลาดหุ้นในวันที่กำไรบจ. ดูดีที่สุด

แนวโน้มพรุ่งนี้ที่นักวิเคราะห์มองว่าจะ Sideway ขึ้นอยู่กับตัวเลข PCE สหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ชั่วโมงนี้มีสัญญาณที่สำคัญกว่ากำลังเดินอยู่ในตลาดโดยที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ถามถึง

เมื่อโรบอทมีสัดส่วน 43% — กลไกที่ตั้งราคาหุ้นรายตัว

ตัวเลข 43% ของวอลุ่มที่เป็น Program Trading ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วันนี้มันเกิดขึ้นพร้อมกับ FORTH ที่พุ่ง 13% ใน session เดียว และนั่นคือจุดที่กลไกเริ่มมองเห็นได้

FORTH มีมูลค่าซื้อขายผ่านโปรแกรมสูงสุดในตลาดวันนี้ คิดเป็นเกือบ 1 ใน 5 ของมูลค่าซื้อขาย Auto Matching ทั้งหมดของหุ้นตัวนี้ หมายความว่าราคาที่นักลงทุนรายย่อยเห็นบนจอนั้น ถูกขับเคลื่อนโดยสัญญาณที่ระบบอัลกอริทึมรับก่อนและตอบสนองก่อน ไม่ใช่จากการที่นักวิเคราะห์มนุษย์อ่านงบแล้วตัดสินใจ

กลไกนี้ทำงานอย่างไร เมื่อระบบ Program Trading เริ่มสะสมหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในสัดส่วนสูง ราคาที่ปรากฏในตลาดจะแสดง momentum ที่อัลกอริทึมอื่นๆ อ่านว่าเป็นสัญญาณซื้อ และตอบสนองตาม — กลายเป็น self-reinforcing loop ที่พานักลงทุนรายย่อยตาม เห็นราคาวิ่งแล้วเข้าซื้อตาม ซึ่งยิ่งหนุนราคาขึ้นไปอีก

เมื่อวานในตลาด mai วันที่ 25 พ.ค. CCET ขึ้น 18% และวันนั้นโรบอทเทรดครอง 40% ของวอลุ่ม ก่อนหน้านั้นในวันที่ CBG ขึ้น 6% โปรแกรมซื้อขายคิดเป็น 47.70% ของ Auto Matching CBG ทั้งหมด รูปแบบซ้ำกัน — โปรแกรมนำ ราคาตาม

แต่นี่คือจุดที่ต้องระวัง สัดส่วน 43% ของวอลุ่มที่เป็นโปรแกรมนั้น ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมทั้งหมดซื้อ บางส่วนเป็นการ hedge บางส่วนเป็น arbitrage และบางส่วนเป็นการปิดสถานะ เมื่อสัญญาณที่ทำให้ระบบเริ่มซื้อหายไป — ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข momentum, volume threshold หรือ correlation signal — ระบบเดียวกันจะขายในจังหวะที่เร็วพอๆ กัน และนักลงทุนรายย่อยที่เข้าตามตอนราคาวิ่งขึ้นแล้ว จะเป็นคนหิ้วสถานะค้างในมือเมื่อโปรแกรมถอยออก

คำถามจึงไม่ใช่ว่าโรบอทเทรดถูกหรือผิด แต่คือ — ถ้าโปรแกรม 43% ของวอลุ่มกำลังกำหนดราคาหุ้นรายตัวอยู่ในขณะนี้ ราคาที่เห็นวันนี้มันบอกอะไรเกี่ยวกับมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท หรือมันบอกแค่ว่า algorithm อ่านสัญญาณวันนี้อย่างไร

เมื่อเงินสถาบันเลือกพันธบัตรแทนหุ้น — สัญญาณอะไรที่กำลังเดิน

คำถามที่ยังไม่ตอบจาก ② คือถ้าโปรแกรมกำลังตั้งราคาหุ้นอยู่ แล้วเงินที่ใหญ่กว่า — กองทุน ประกัน นักลงทุนต่างชาติ — กำลังทำอะไรอยู่

คำตอบอยู่ในตัวเลขพันธบัตร วันนี้สถาบันทั้งสามกลุ่มซื้อตราสารหนี้ไทยสุทธิ 7.2 หมื่นล้านบาทพร้อมกัน ในวันเดียวกับที่กำไร บจ. Q1 ดูดีที่สุดในรอบหลายปี นั่นหมายความว่า capital ขนาดใหญ่ที่สุดในระบบเลือก lock yield 1.74% แทนที่จะเข้าซื้อหุ้นที่กำไรโต 25%

ในอดีต เมื่อปลายปี 2564 ช่วงที่ SET ฟื้นตัวจากโควิด กองทุนและต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นพร้อมกับพันธบัตร เพราะ risk appetite เปิดทั้งสองทาง แต่วันนี้เงินกองใหญ่เดินทางทิศเดียว — เข้าพันธบัตร ไม่เข้าหุ้น แม้กำไรบจ. จะออกมาดี

ตัวแปรที่จะยืนยันหรือหักล้างสัญญาณนี้คือ ตัวเลข PCE สหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ ถ้า PCE ออกมาสูงกว่าคาด — สัญญาณ Fed จะคุมดอกเบี้ยนานกว่าที่ตลาดคิด — เงินสถาบันที่ซื้อพันธบัตรไทยวันนี้จะมีแรงจูงใจแข็งแกร่งขึ้นในการถือต่อ และตลาดหุ้นจะสูญเสีย demand จากกลุ่มนี้ต่อเนื่อง ถ้า PCE อ่อนกว่าคาด — โอกาส risk-on จะเปิด และเงินส่วนหนึ่งอาจโยกจากพันธบัตรเข้าหุ้น

แต่คำถามที่ลึกกว่านั้นคือ ถ้าเงินสถาบันยังอยู่ในพันธบัตรต่อไป ราคาหุ้นที่กำลังถูกตั้งโดยโปรแกรม 43% ของวอลุ่ม — มันจะยืนได้นานแค่ไหนถ้าไม่มีเงินสถาบันมาซื้อรองรับ

เส้นที่ต้องจับตาคือสัดส่วน Program Trading ในสัปดาห์หน้า ถ้ายังทรงตัวเกิน 40% ต่อเนื่องในขณะที่เงินสถาบันยังอยู่นิ่งในพันธบัตร สิ่งที่นักลงทุนรายย่อยเห็นในแต่ละวันบนจอหุ้น อาจไม่ใช่ราคาที่มีคนใหญ่พร้อมรองรับอยู่อีกด้านหนึ่ง

Link copied