BAY ขึ้น 73%|กำไร Q2 แบงก์คาดลด 1.9% ใครกำลังเข้าใจผิด?
ราคาวิ่งไกล ตลาดยังซื้อ — ความขัดแย้งที่เริ่มต้นวันนี้
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY ปรับตัวขึ้น 73.08% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 สูงที่สุดในบรรดาหุ้นแบงก์ทั้งหมด
ตัวเลขนี้โดดเด่นมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ขัดกันอยู่อย่างเงียบๆ นักวิเคราะห์จาก บล.หยวนต้า คาดว่ากำไรสุทธิรวมของ 7 ธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 55,238 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะเดียวกัน วันนี้ 10 กรกฎาคม ตลาดยังคงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์ต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรก่อนการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่จะทยอยออกมาสัปดาห์หน้า
จุดที่น่าสนใจคือ กลไกเบื้องหลังคืออะไรกันแน่ ราคา BAY ที่ขึ้นมา 73% นั้นอิงจากพื้นฐานที่จะพิสูจน์ในสัปดาห์หน้า หรือเป็นเพียงการเก็งกำไรที่อาจต้องเผชิญกับความจริงที่ต่างออกไป คำตอบอยู่ที่ว่าตลาดกำลังมองเห็นอะไร ที่โบรกฯ ฝั่งหนึ่งยังไม่เห็น
สองมุมมองที่ขัดกัน — กำไร Q2 ดีหรือแย่กันแน่?
ความขัดแย้งในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการตีความต่างกันบนข้อมูลชุดเดียวกัน แต่มาจากสองแหล่งข้อมูลที่สรุปแตกต่างกันโดยตรง
ฝั่งหนึ่ง กรุงเทพธุรกิจรายงานว่านักวิเคราะห์คาดงบไตรมาส 2/69 ของกลุ่มแบงก์ "ยังสดใสตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ" พร้อมจุดเด่นปันผลสูงจูงใจนักลงทุน
ฝั่งตรงข้าม บล.หยวนต้าชี้ว่ากำไรสุทธิรวมจะ ลดลง 1.9% เหตุผลคือรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง รวมถึงฐานกำไรไตรมาส 1/69 สูงผิดปกติจากการรับรู้เงินปันผลกองทุนวายุภักษ์
สมมติฐานที่แตกต่างกันคือ ฝั่งบวกเชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและปริมาณธุรกรรมในตลาดทุนที่เพิ่มขึ้นจะชดเชยแรงกดดันด้านดอกเบี้ยได้ ฝั่งระวังชี้ว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะพยุงรายได้หลักที่ถูกกดจากดอกเบี้ยต่ำ
ประเด็นที่ต้องระวังคือ นักวิเคราะห์หยวนต้าไม่ได้บอกว่าธนาคารจะขาดทุน แต่บอกว่า ราคาหุ้น 5 ธนาคารรวมถึง KTB และ KBANK ขึ้นเกินมูลค่าเหมาะสมแล้ว และแนะนำแค่ "เก็งกำไร" ไม่ใช่ "ซื้อ" ขณะที่ราคา BAY ยังไม่อยู่ในรายการที่วิเคราะห์อย่างละเอียด
เงินไหลเข้าแบงก์วันนี้มาจากไหน — และกับดักที่ซ่อนอยู่
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นักวิเคราะห์ระบุชัดว่ากลุ่มธนาคารปรับขึ้นมาต่อเนื่องจากการเก็งกำไรก่อนการเปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 2/69 โดยมีนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นไทยหนุนบรรยากาศ
แต่กลไกที่ซ่อนอยู่คือ แรงซื้อเหล่านี้ไม่ได้อิงกับตัวเลขพื้นฐาน แต่อิงกับความคาดหวัง หากงบออกมาต่ำกว่าที่ตลาดหวัง แรงขายทำกำไรจะเกิดขึ้นพร้อมกันในหุ้นที่ขึ้นมามาก
กรณีของ BAY ที่ขึ้นมา 73% นั้น ไม่มีการวิเคราะห์มูลค่าเป้าหมายชัดเจนจากโบรกฯ หยวนต้า แต่แนวทางของ SET50 บ่งชี้ว่ากลุ่มนี้อยู่ในกรอบที่นักลงทุนเก็งงบ ไม่ใช่ซื้อเพราะพื้นฐานเปลี่ยน
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ นักวิเคราะห์ที่เลือก SCB เป็น Top Pick ไม่ใช่ BAY — เหตุผลคือปันผลสูงของ SCB ที่ชัดเจนกว่า ซึ่งแปลว่า แม้แต่ฝั่งที่มองบวกต่อกลุ่มแบงก์ก็ไม่ได้เลือก BAY เป็นตัวนำ
จุดตัดสิน — งบ Q2 จะพิสูจน์หรือหักล้างราคาที่วิ่งมาแล้ว
ข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัวเพียง 3.0% ต่ำกว่าปีก่อนที่ 3.5% และมีสงครามตะวันออกกลางที่กดดันราคาน้ำมัน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ได้สดใสอย่างที่ตลาดกำลังสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นแบงก์
กำไรที่คาดว่าจะลด 1.9% จาก 55,238 ล้านบาทนั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตื่นตระหนก แต่ใน context ที่ราคาขึ้นมาแล้ว 73% มันเพียงพอที่จะเป็นเหตุผลให้เกิดแรงขายทำกำไรในระยะสั้นได้
ความเสี่ยงที่แท้จริงสำหรับ BAY ไม่ใช่กำไรจะดีหรือแย่ แต่คือ ตลาดคาดหวังมากแค่ไหน ถ้างบออกมา "ดีพอ" แต่ไม่ได้ดีกว่าที่เก็งกันไว้ แรงขายจะเกิดได้ทันที
สำหรับผู้ถือ BAY จุดที่ต้องจับตาคือ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในไตรมาส 2 — ถ้า NIM ยืนหยัดหรือดีขึ้นจากไตรมาสก่อน นั่นคือสัญญาณที่บอกว่าการขึ้น 73% มีพื้นฐานรองรับ และราคาสามารถยืนอยู่ได้
สำหรับผู้ที่ยังอยู่นอกตำแหน่ง ถ้างบออกมาต่ำกว่าคาดและ NIM อ่อนตัว ราคาย่อตัวแรงจะเป็นจุดเข้าที่น่าสนใจกว่า ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากกับดักเป็นโอกาส ตัวแปรที่ตัดสินคือ NIM และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของ BAY ในงบไตรมาส 2/2569 ที่จะออกสัปดาห์หน้า