BBGIพุ่งรับB7|แรงส่งนี้ยั่งยืน?
กำไรไตรมาส 2
ตัวเลขไตรมาส 2 ของ BBGI ดูเหมือนการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ รายได้ 6,388 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% จากปีก่อนและ 32% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งเป็น 485 ล้านบาท โต 1,318% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 83% จากไตรมาสก่อน
กำไรจะเดินต่อไหม
แต่คำถามสำคัญไม่ใช่กำไรโตจริงหรือไม่ หากคือกำไรชุดนี้จะเดินต่อได้แค่ไหน เพราะเครื่องยนต์ของผลประกอบการมีทั้งแรงส่งจากนโยบายรัฐ ปริมาณขาย และปัจจัยตลาดที่อาจเปลี่ยนเร็ว
แรงส่งจาก B100
ยอดขายไบโอดีเซล B100 เพิ่มขึ้น 39% เป็น 115.47 ล้านลิตร โดยบริษัทระบุว่าได้รับแรงหนุนจากการคงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในดีเซล B7 ไปจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์พลอยได้อย่าง Refined Glycerin ในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง นี่ทำให้ยอดขายไม่ได้โตจากความต้องการลอย ๆ แต่เชื่อมโยงกับกติกาการใช้เชื้อเพลิงและราคาสินค้าพลอยได้โดยตรง
เอทานอลโตจากอะไร
ฝั่งไบโอเอทานอลมียอดขายเพิ่มขึ้น 45% เป็น 67.28 ล้านลิตร บริษัทอธิบายว่าเกิดจากการวางแผนการผลิต การควบคุมต้นทุน และมาตรการส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ E20 ดังนั้นกำไรที่พุ่งขึ้นจึงมีทั้งส่วนของปริมาณขายและส่วนของประสิทธิภาพการดำเนินงาน ไม่ใช่เพียงราคาสินค้าอย่างเดียว
SAF เปลี่ยนภาพ BBGI
อีกชิ้นส่วนที่ทำให้ภาพของ BBGI เปลี่ยนไปคือการถือหุ้น 20% ใน BSGF ซึ่งเริ่มผลิตเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน หรือ SAF เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 และ BBGI รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนนี้ในไตรมาสดังกล่าว ฝ่ายบริหารจึงมองว่านี่คือการฟื้นตัวเชิงโครงสร้างที่มีโอกาสเป็นตัวขับเคลื่อนระยะยาว
โครงสร้างยังไม่ล็อกตาย
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เชิงโครงสร้าง” ยังเป็นการตีความของบริษัท ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว ข่าวของ สนพ. วันที่ 31 กรกฎาคมระบุว่านโยบาย SAF ของไทยยังอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็นต่อร่างผลการศึกษา ทั้งเรื่องต้นทุน โครงสร้างราคา และรูปแบบการส่งเสริม นั่นหมายความว่าธุรกิจ SAF เริ่มผลิตและสร้างรายได้แล้ว แต่กรอบอุปสงค์และการสนับสนุนในอนาคตยังไม่ถูกล็อกตาย
ความเสี่ยงของการคูณกำไร
สำหรับผู้ถือหุ้น สิ่งที่ควรระวังคือการนำกำไรโต 1,318% ไปคูณต่อเป็นกำไรปกติของทุกไตรมาส เพราะ B7 มีกรอบเวลาที่ระบุไว้ ราคากลีเซอรินขึ้นกับตลาดโลก และยังไม่มีการเปิดเผยในข่าวชุดนี้ว่าส่วนแบ่งกำไรจาก SAF คิดเป็นเท่าใดของกำไรสุทธิ 485 ล้านบาท
สามจุดพิสูจน์
ส่วนคนที่กำลังจับตาหุ้น จุดพิสูจน์ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขไตรมาส 2 แล้ว แต่อยู่ที่งบหลังวันที่ 13 กันยายน ปริมาณขาย B100 จะยืนได้หรือไม่ อัตรากำไรของเอทานอลจะรักษาได้แค่ไหน และ BSGF จะเพิ่มส่วนแบ่งกำไรได้ต่อเนื่องเพียงใด หากสามจุดนี้ยังเดินหน้าได้ กำไรครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของรอบใหม่ แต่หากสะดุด กำไรที่เห็นอาจเป็นเพียงการบรรจบกันของนโยบาย ราคาผลพลอยได้ และการเริ่มรับรู้ธุรกิจใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน
คำตัดสินยังเปิดอยู่
คำตัดสินตอนนี้จึงยังไม่ใช่ “กำไรชั่วคราว” หรือ “การเปลี่ยนโครงสร้าง” อย่างใดอย่างหนึ่งเต็มตัว หลักฐานสนับสนุนว่า BBGI กำลังอยู่ในรอบฟื้นตัวที่มีโอกาสพัฒนาเป็นการเติบโตระยะยาว แต่ความยั่งยืนยังต้องรอการพิสูจน์จากนโยบาย B7 ผลประกอบการของ SAF และความสามารถในการรักษามาร์จิ้นหลังแรงส่งครั้งนี้เริ่มลดลง