BEM ลดค่าโดยสาร 1 บาท เมื่อ CPI บวก|สายสีม่วงเพิ่มรายได้จริงหรือแค่ตัวเลข รฟม.?

· SET

ทำไม BEM ถึงลดค่าโดยสารแม้เงินเฟ้อยังเป็นบวก

BEM ประกาศปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินลง 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยอัตราสูงสุดเปลี่ยนจาก 45 บาท เหลือ 44 บาท ซึ่งฟังดูเหมือนข่าวดีสำหรับผู้โดยสาร แต่กลับสร้างคำถามให้นักลงทุนทันที เพราะในยุคที่ดัชนีผู้บริโภคยังเป็นบวก การลดราคาบริการหมายถึงรายรับต่อผู้โดยสารที่หดลงในสายหลัก คำตอบอยู่ที่โครงสร้างสัญญาสัมปทาน BEM ดำเนินการบนกรอบสัมปทานที่กำหนดให้ปรับค่าโดยสารทุก 24 เดือน โดยยึดดัชนี CPI เป็นฐาน ซึ่งสูตรนี้ไม่ได้ปรับขึ้นตามทิศทาง CPI เสมอไป แต่คำนวณจากความเปลี่ยนแปลงสะสมของดัชนีในรอบสองปี ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงอาจเป็นการลดแม้ว่า CPI ในปัจจุบันยังเป็นบวก เพราะฐานคำนวณถูกล็อกไว้ตั้งแต่สองปีก่อน นั่นคือประเด็นที่ตลาดมักอ่านผิด การปรับค่าโดยสารของ BEM ไม่ใช่การตัดสินใจเชิงธุรกิจ แต่เป็นผลของสูตรที่ถูกกำหนดโดยสัญญา บริษัทไม่มีอำนาจหยุดหรือเปลี่ยนทิศ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 1 บาทที่ลดลง แต่อยู่ที่ปริมาณผู้โดยสารที่ต้องชดเชยรายรับที่หดหาย ในสถานการณ์นี้ ตัวแปรที่ชี้ขาดผลสุทธิของ BEM ในระยะสั้นไม่ใช่ระดับค่าโดยสาร แต่คือว่าฐานผู้โดยสารจะเติบโตพอที่จะชดเชยรายได้ต่อหัวที่ลดลงหรือไม่

สายสีม่วงกับโครงสร้างใหม่จาก รฟม. — นัยยะที่ซับซ้อนกว่า

วันเดียวกับที่ BEM ประกาศลดค่าโดยสารสายสีน้ำเงิน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อบังคับ รฟม. กำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานครสายสีม่วง (สายฉลองรัชธรรม) ใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ 14 บาท ถึง 42 บาทสูงสุด มีผล 3 กรกฎาคม 2569 เช่นเดียวกัน ความต่างสำคัญอยู่ที่โครงสร้างความสัมพันธ์ สายสีน้ำเงินเป็นสัมปทานของ BEM กับ รฟม. โดยตรง รายรับค่าโดยสารตกถึง BEM โดยมีส่วนแบ่งที่ตกลงกันไว้ แต่สายสีม่วงมีโครงสร้างแตกต่างออกไป รฟม.เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน BEM ดำเนินการเดินรถ ซึ่งหมายความว่าการที่ รฟม.ประกาศอัตราค่าโดยสารผ่านราชกิจจาฯ ไม่ได้แปลตรงๆ ว่า BEM ได้รับรายได้ตรงจากโครงสร้างดังกล่าวในทุกส่วน นี่คือจุดที่นักวิเคราะห์สองกลุ่มอ่านต่างกัน กลุ่มแรกมองว่าการที่ค่าโดยสารสายสีม่วงถูกกำหนดอย่างเป็นทางการผ่านกระบวนการราชกิจจาฯ เป็นสัญญาณ regulatory clarity ที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านการคาดการณ์รายได้ของ BEM กลุ่มที่สองตั้งคำถามว่าหากโครงสร้างรายได้ที่แท้จริงของ BEM จากสายสีม่วงไม่ได้ผูกกับอัตราค่าโดยสารนี้โดยตรง การประกาศดังกล่าวให้ข้อมูลเชิงผลประกอบการน้อยกว่าที่ตลาดคิด สมมติฐานที่ซ่อนอยู่ในการอ่านเชิงบวกคือ BEM ได้รับส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสารสายสีม่วงตามอัตราที่ รฟม.ประกาศโดยตรง ซึ่งต้องตรวจสอบกับงบการเงินและเงื่อนไขสัมปทานจริงก่อนที่จะสรุปผล

ปริมาณผู้โดยสาร — ตัวแปรที่ตลาดมองข้าม

เมื่อรายรับต่อผู้โดยสารสายสีน้ำเงินลดลง 1 บาท สิ่งที่ชดเชยได้คือปริมาณผู้โดยสารที่สูงขึ้น BEM ให้บริการทั้งระบบ MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่สำคัญในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากค่าโดยสารที่ลดลงดึงดูดผู้โดยสารเพิ่มในระดับที่มากพอ รายรับรวมอาจไม่ลดลงแม้อัตราต่อหัวจะน้อยลง อย่างไรก็ดี ridership ของระบบรถไฟฟ้าไทยมีแนวโน้มเติบโตช้า และการลดค่าโดยสารเพียง 1 บาทจากฐาน 44 บาท คิดเป็นส่วนลดต่ำกว่า 3% ซึ่งอาจไม่มีผลดึงดูดผู้โดยสารใหม่อย่างมีนัยยะ นักวิเคราะห์บล.บางแห่งชี้ว่าปัจจัยที่กำหนด ridership มากกว่าคือการเชื่อมต่อสาย การขยายเครือข่าย และการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ไม่ใช่ส่วนต่างราคา 1 บาท ดังนั้น ตัวแปรที่นักลงทุนควรจับตาไม่ใช่ตัวเลขค่าโดยสารใหม่ แต่คือข้อมูลปริมาณผู้โดยสารรายสัปดาห์หลัง 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะบอกว่าการปรับโครงสร้างค่าโดยสารสองสายพร้อมกันสร้างผลทางรายได้สุทธิเป็นบวกหรือลบสำหรับ BEM

จุดตัดสินใจของผู้ถือและผู้รอดู

ผู้ถือหุ้น BEM อยู่กับความไม่แน่นอนระยะสั้น รายรับต่อผู้โดยสารสายสีน้ำเงินลดลงแล้วตั้งแต่ 3 กรกฎาคม แต่ตัวเลขปริมาณผู้โดยสารจริงจะปรากฏในงบการเงินรายไตรมาสถัดไป จนกว่าจะเห็นข้อมูลนั้น การประเมินผลสุทธิยังคลุมเครือ ผู้ถือควรติดตามข้อมูล ridership รายสัปดาห์ที่ BEM เผยแพร่ หากตัวเลขไม่เพิ่มขึ้นหลัง 3 กรกฎาคม ความเสี่ยงต่อรายรับจะเป็นจริง สำหรับผู้ที่ยังไม่ถือ คำถามต่างออกไป การที่สัญญาสัมปทานกำหนดกลไกปรับค่าโดยสารทุก 24 เดือนโดยผูกกับ CPI ให้ความแน่นอนในเชิงรายได้ระยะยาว แต่ในรอบปัจจุบันสูตรนำไปสู่การลด ไม่ใช่ขึ้น ความเสี่ยงหลักที่ยังไม่ยืนยันคือว่าโครงสร้างสายสีม่วงให้ upside แก่ BEM จริงตามที่ตลาดบางส่วนเชื่อหรือไม่ ตัวแปรชี้ขาดเพียงอย่างเดียวคือปริมาณผู้โดยสารรายสัปดาห์หลัง 3 กรกฎาคม 2569 และโครงสร้างรายได้จากสายสีม่วงที่จะชัดเจนขึ้นเมื่อ BEM รายงานผลประกอบการรายไตรมาส การที่ค่าโดยสาร MRT สายสีน้ำเงินถูกตัดลง 1 บาทในยุค CPI บวก ไม่ได้หมายความว่า BEM กำลังแพ้เกม แต่หมายความว่าสูตรที่ควบคุมรายได้ของบริษัทนั้นซับซ้อนกว่าตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าข่าว

Link copied