Berkshire ลุย GOOGL|แบ็คล็อกหรือกับดักทุน

2026-05-18 · SET

สัญญาณมั่นใจจาก Abel

Greg Abel ผู้สืบทอดอำนาจบริหารเงินสดมูลค่า 3.97 แสนล้านดอลลาร์ของ Berkshire Hathaway ตัดสินใจเทน้ำหนักไปที่ GOOGL มากกว่าสินทรัพย์ใด ๆ โดยเพิ่มสัดส่วนเป็น 58 ล้านหุ้น มูลค่า 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์ จนกลายเป็น 1 ใน 5 การถือครองที่ใหญ่ที่สุด จุดที่น่าวิเคราะห์คือการที่ Abel เลือกขายหุ้น Amazon, Visa, Mastercard และ UnitedHealth เพื่อบีบพอร์ตจาก 40 เหลือ 26 บริษัท นี่ไม่ใช่แค่การกระจายความเสี่ยง แต่คือการปรับนิยาม "ธุรกิจที่มีคูเมืองแข็งแกร่ง" (Moat) ของ Berkshire ใหม่ จากธุรกิจเบาแรงที่ทนทานต่อเศรษฐกิจถดถอย มาสู่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดอิสระ 6.44 หมื่นล้านดอลลาร์ และเงินสดสำรอง 1.26 แสนล้านดอลลาร์

เกณฑ์การเลือกของ Abel สะท้อนว่า GOOGL มีคุณสมบัติครบทั้งด้านการรักษาเงินต้นและการเติบโต โดยเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานในธุรกิจคลาวด์ที่พุ่งขึ้นสามเท่าแตะ 6.6 พันล้านดอลลาร์ภายในปีเดียว ซึ่ง Berkshire นิยามว่าเป็นสินทรัพย์ที่ "ปลอดภัยและมีศักยภาพเติบโต" พร้อมกัน ซึ่งเป็นคำชมที่เกิดขึ้นได้ยาก การที่หุ้นพุ่งขึ้น 38% ตั้งแต่จบไตรมาส 1 ยืนยันว่าตลาดตอบรับต่อสัญญาณนี้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น การที่ Abel ควักเงินส่วนตัวซื้อหุ้น BRK-A เพิ่ม 15 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2026 ยิ่งตอกย้ำว่าการเดิมพันในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของ GOOGL เป็นทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่แน่วแน่และยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการป้องกันความเสี่ยงของคณะกรรมการ

พันธมิตร Anthropic

มูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ในธุรกิจคลาวด์สูงถึง 4.62 แสนล้านดอลลาร์ คือกระดูกสันหลังของการประเมินมูลค่าใหม่ โดยมีสัญญาจาก Anthropic มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์เป็นแกนหลัก ซึ่งเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Google Cloud ความสัมพันธ์นี้เป็นแบบพึ่งพากัน Anthropic ต้องการโครงสร้างพื้นฐาน TPU เพื่อรันโมเดลระดับสูงในต้นทุนที่แข่งขันได้ ส่วน GOOGL ก็ต้องพึ่งพาปริมาณงานของ Anthropic เพื่อพิสูจน์ความคุ้มค่าของงบลงทุน (Capex) ปี 2026 ที่สูงถึง 1.75 - 1.85 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันฉุดกระแสเงินสดอิสระลดลงถึง 46.6% เหลือ 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1

จุดชี้ขาดระหว่างมุมมองขาขึ้นและขาลงคือ ความเร็วในการเปลี่ยน Backlog เป็นรายได้ หากทำได้เร็วกว่าจุดสูงสุดของ Capex ราคาหุ้นที่ P/E ล่วงหน้า 28 เท่าจะถือว่าถูก แต่หากงบลงทุนยังขยายตัวโดยไม่มีรายได้สัดส่วนเดียวกันรองรับ P/E นี้จะกลายเป็นเพดานทันที ข้อมูลระบุว่า Gemini ประมวลผลถึง 1.6 หมื่นล้านโทเคนต่อนาทีผ่าน API เพิ่มขึ้น 60% ในไตรมาสเดียว พร้อมฐานสมาชิก Gemini แบบชำระเงินอีก 350 ล้านราย อย่างไรก็ตาม ปริศนาที่ยังไม่คลี่คลายคือชิป TPU ของ GOOGL จะสามารถแย่งส่วนแบ่งจาก NVDA ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้จริง หรือเป็นเพียงเครื่องมือลดการพึ่งพาสินค้าภายนอกเท่านั้น

สมรภูมิมูลค่าตลาด

การที่มูลค่าตลาดของ GOOGL แซงหน้า NVDA ชั่วคราวหลังพุ่งขึ้น 160% ในรอบปี ไม่ใช่แค่ความสำเร็จเชิงสถิติ แต่เป็นคำถามสำคัญเรื่องการประเมินมูลค่า ปัจจุบัน GOOGL ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 28 เท่า สูงกว่า NVDA ที่ 24 เท่า สะท้อนว่าตลาดให้ค่าความพรีเมียมกับการเติบโตของ Backlog ธุรกิจคลาวด์อย่างมาก โดยมี "TPU" เป็นไพ่ตาย หากชิปปรับแต่งเองของ GOOGL กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่แล็บ AI ระดับโลกอย่าง Anthropic เลือกใช้ด้วยงบ 2 แสนล้านดอลลาร์ NVDA อาจเผชิญความเสี่ยงในการเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างรุนแรง ซึ่งจะพลิกตรรกะการประเมินมูลค่าในปัจจุบันทันที

อีกปัจจัยบวกคือการปลดล็อกส่วนลดจากความกังวลด้านกฎหมายป้องกันการผูกขาดหลังคำตัดสินสำคัญเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำให้ธุรกิจ Search ที่โต 19% ถูกนำมาคำนวณมูลค่าในอัตราที่สูงขึ้นพร้อมกับการประเมินธุรกิจคลาวด์ใหม่ อย่างไรก็ตาม เส้นทางข้างหน้ายังมีความเสี่ยง หากงบลงทุนมหาศาล 1.75 - 1.85 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีไม่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้ทันตามกำหนด กระแสเงินสดอิสระที่ยังต่ำกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสจะกลายเป็นบททดสอบวินัยการเงินของ Abel ตามมาตรฐานของ Berkshire ความเชื่อที่ว่า GOOGL เป็นทั้งหุ้นตั้งรับและหุ้นเติบโตจะคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อกำไรธุรกิจคลาวด์ยังคงรักษาระดับการเติบโตแบบทวีคูณต่อไปได้ท่ามกลางวงจรการลงทุนที่หนักหน่วงนี้