BOI Data Center 1.02 ล้านล้าน|ต่างชาติขายหุ้น SET 6,600M
SET ปิดร่วง 20 จุด วันที่ FDI ทำสถิติใหม่
วันที่ BOI ไทยรับคำขอลงทุน Data Center สูงถึง 1.02 ล้านล้านบาทในไตรมาสแรกปีนี้ ต่างชาติกลับเทขายหุ้น SET ออกไป 3,498 ล้านบาทภายในวันเดียว
SET Index ปิดที่ 1,561.68 จุด ร่วง 20.92 จุด หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขายรวม 68,963 ล้านบาท กองทุน สถาบัน และนักลงทุนต่างชาติรวมกันขายสุทธิถึง 6,600 ล้านบาท DELTA นำทีมร่วงพร้อม GULF, BBL, KBANK และ SCB แรงขายที่หนักที่สุดกระจุกตัวอยู่ในกลุ่ม Big Cap และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจัยกระตุ้นการขายในวันนี้มาจากสองทิศทาง ทิศแรกคือหุ้น Semiconductor ทั่วโลกปรับฐานในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา กดดัน DELTA, HANA, KCE ให้ร่วงตาม ทิศที่สองคือทางการอิหร่านปฏิเสธข่าวการเจรจากับสหรัฐ ทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้นราว 1% แตะ 4.56% กดดันกลุ่ม Yield play อย่าง BGRIM, GULF, GPSC, MTC, TIDLOR ให้ถูกเทขายตาม
บล. โกลเบล็กประเมินกรอบ SET เดือนมิถุนายนไว้ที่ 1,550–1,620 จุด โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลักคือการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ดัน Brent ขึ้นเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สหรัฐเตรียมเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% จากสินค้าส่งออกไทย ตัวเลข CME FedWatch ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 41.1% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจาก 9.1% เมื่อเดือนก่อน
แต่ขณะที่ตลาดหุ้นถูกเทขาย ตัวเลขจาก BOI กลับบอกว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเพื่อสร้าง Data Center ในไทยพุ่ง 2.4 เท่าจากปีก่อน จนแตะ 1.02 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของคำขอส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด
FDI เข้าสูงสุด แต่ต่างชาติขายหุ้น — เงินสองก้อนไม่เดินเส้นเดียวกัน
นี่คือจุดที่ตัวเลขวันนี้บังคับให้ตั้งคำถามใหม่
ตามหลักทั่วไป เมื่อ FDI ไหลเข้าประเทศ ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในระยะยาวควรหนุนราคาสินทรัพย์ในตลาดทุนด้วย บล. กสิกรไทยระบุว่าความต้องการลงทุน Data Center คิดเป็น 80% ของคำขอ BOI ทั้งหมด ซึ่งบล. บัวหลวงชี้ว่าเมื่อเม็ดเงินเหล่านี้เริ่มเข้าสู่ระบบจริง จะส่งผลบวกตาม supply chain ตั้งแต่ WHA, AMATA ในกลุ่มนิคม ไปจนถึง GULF, STECON, GUNKUL ในกลุ่มพลังงานและก่อสร้าง
แต่ในวันที่ตัวเลข BOI ถูกนำมาอ้างอิง กลุ่มหุ้นเดียวกันกลับถูกเทขาย GULF ปิดลบ กลุ่มก่อสร้างและพลังงานถูกกดดันพร้อมกัน ต่างชาติที่สมมติว่า "เห็นโอกาส Data Center" กลับเป็นฝ่ายขาย SET สุทธิ 3,498 ล้านบาท
ฐานของการอ่านแตกต่างกันตรงนี้ กลุ่มที่ขายหุ้นวันนี้ใช้กรอบ "ดอกเบี้ย Fed สูงยาวนาน + พลังงานแพง = ตลาดหุ้น downside" ขณะที่กลุ่มที่ยังถือหุ้นนิคมและพลังงานใช้กรอบ "FDI cycle ยาว 3–5 ปี = เงินยังไม่หายไปไหน" ทั้งสองกลุ่มอ่านตัวเลขเดียวกัน แต่ premise ต่างกัน — กลุ่มแรกมองว่า timing ของ FDI กับ equity return ไม่ตรงกัน กลุ่มหลังมองว่าราคาหุ้นจะวิ่งล่วงหน้าก่อน FDI จะเข้าสู่ระบบจริง
เงื่อนไขที่ทำให้กรอบ FDI cycle ยาวพัง คือถ้า Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมหรือธันวาคมจริง ต้นทุนเงินของ Hyperscaler ต่างชาติจะสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้บางโครงการ Data Center ชะลอหรือปรับขนาด และ FDI ที่ยังอยู่ในกระดาษ BOI ก็จะยังไม่แปลงเป็นการจ้างงานหรือซื้อที่ดินนิคมจริงๆ
ไทยช่วยไทย vs หนี้รถยนต์ — ต้นน้ำของกำลังซื้อกำลังถูกทดสอบ
ขณะที่ตลาดทุนถกเถียงเรื่อง FDI กับ equity ธปท. วางมาตรการอีกด้านที่ไม่ถูกพูดถึงในวันนี้มากพอ
ธปท. ขอความร่วมมือธนาคารคงค่างวดที่ 50% ของอัตราเดิมต่อไปสำหรับลูกหนี้ในโครงการ "คุณสู้ เราช่วย" ซึ่งมีมูลหนี้รวม 6.2 แสนล้านบาท ครอบคลุมหนี้รถ 3.1 แสนราย หนี้บ้าน 2.5 แสนราย และ SME อีก 1.7 แสนราย โดยเกณฑ์เดิมกำหนดให้ step up เป็น 70% ปีนี้และ 90% ปีถัดไป ซึ่งหาก NPL เกิดขึ้นจริงจะกดดันงบดุลธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ
บล. เอเซีย พลัสประเมินว่า KKP, TTB และ TISCO จะได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตรการนี้ เนื่องจากมีสัดส่วนพอร์ตรถยนต์สูง และปรับราคาเป้าหมายขึ้น โดย KKP จาก 79 → 95 บาท ผลของมาตรการนี้คือยืดเวลาชำระหนี้ออกไป ซึ่งแปลว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้จะถูกจำกัดยาวนานกว่าที่ประมาณการเดิมไว้
จุดเชื่อมกับ thesis FDI อยู่ตรงนี้ ภาพที่ตลาดกำลังประเมินคือ FDI ขนาดใหญ่ที่จะดึงเศรษฐกิจฐาน แต่ฝั่งอุปสงค์ภายในประเทศที่ควรขับเคลื่อนควบคู่กำลังถูกกดจากหนี้ครัวเรือนที่ยังต้องค้ำไว้ด้วยมาตรการผ่อนผัน ตัวแปรที่ต้องติดตามคือ เมื่อโครงการ "ไทยช่วยไทย Plus" สิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 กำลังซื้อกลุ่ม 9.4 แสนราย จะเป็นตัวบอกว่าเศรษฐกิจฐานฟื้นจริงหรือแค่ถูกพยุงไว้ชั่วคราว
หาก SET แนวรับ 1,550 จุด ทดสอบในสัปดาห์หน้า และยังไม่มีสัญญาณ step-up NPL จาก KKP หรือ TISCO จะเป็นหลักฐานว่ามาตรการ 50% ทำงานได้จริง แต่ถ้า Fed ประชุม 17 มิถุนายนส่งสัญญาณ higher-for-longer ชัดเจนกว่าเดิม โอกาสที่ต่างชาติจะยังคงขายหุ้น Yield play ต่อเนื่องยังเปิดอยู่ และ FDI ที่อยู่ในกระดาษ BOI จะยิ่งห่างจากราคาหุ้นปัจจุบันมากขึ้น
ตัวแปรที่จะชี้ขาดทิศทางใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าไม่ใช่ตัวเลข BOI ใหม่ แต่คือ Fed ประชุม 17 มิถุนายน และ กนง. ประชุม 24 มิถุนายน — ถ้าสองการประชุมนี้ส่งสัญญาณตรงกันข้าม จุดแตกหักระหว่างกรอบ "FDI cycle ยาว" กับกรอบ "ดอกเบี้ยสูงยาวนาน" จะถูกบังคับให้ชัดเจนขึ้น
- [posttoday.com] แรงขายหุ้นบิ๊กแคปฉุด SET ดิ่งแรงกว่า 20 จุด ขีดเส้นใต้แนวรับ 1,550 จุด…
- [bangkokbiznews.com] Data Center Supercycle หุ้นได้ประโยชน์ WHA, AMATA, GULF, STECON - Thun…
- [bangkokbiznews.com] คัดหุ้นเด่น รับแผนลงทุน EEC คืบ! WHA-STECON-GULF เข้าลิสต์ - HoonVisio…
- [posttoday.com] ธปท. สั่งแบงก์ ช่วยลูกหนี้ในโครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย-พักทรัพย์ พักหนี้’…
- [bangkokbiznews.com] ECONOMIC FOCUS เดือน มิ.ย. - RYT9
- [bangkokbiznews.com] KTB ชี้เงินเฟ้อไทยยังขาขึ้น จับตาการส่งผ่านกระทบค่าครองชีพ-กำลังซื้อคร…
- [bangkokbiznews.com] เตือนติดกับดักหนี้ “ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง” ธปท.ออกกฏคุมปลายปีนี้ - Policy…
- [bangkokbiznews.com] PTT ผนึก"บีไอจี"ลงทุน 2 พันลบ.ขึ้น MAP2 ชูเทคโนโลยีลดต้นทุนพลังงานปั๊ม…
- [Kaohoon] KTB-ADVANC-OR ปลื้ม! CLICX คว้าไลเซนส์ “Virtual Bank” รายแรกไทย เปิดต…
- [LINE TODAY] ครั้งแรกของไทย! ‘CLICX’ ได้รับอนุญาตเป็น Virtual Bank รายแรก | The Rep…
- [Kaohoon] KTB ลุย Virtual Bank คลัง-ธปท.ไฟเขียว “แบงก์คลิกซ์” เป็นทางการ