CPAXT ออนไลน์โต 29%|รายได้โตตามไหม?

· SET

ออนไลน์โตเร็วกว่าภาพรวม

ข่าวล่าสุดของ CPAXT ทำให้ภาพหุ้นนี้ต้องเปลี่ยนจากเรื่องยอดขายค้าปลีกทั่วไป ไปสู่คำถามว่าการเติบโตของช่องทางใหม่แปลงเป็นการเติบโตของทั้งบริษัทได้จริงหรือไม่ครับ ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้ 268,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากปีก่อน ขณะที่ยอดขายออนไลน์ผ่าน Makro PRO และ Lotus’s Smart App โตถึง 29% แปลว่าช่องทางออนไลน์กำลังโตเร็วกว่าภาพรวม แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ากำไรหรือกระแสเงินสดโตตาม เพราะบทความไม่ได้เปิดเผยตัวเลขสองส่วนนี้

ตลาดมองผ่านมาตรการรัฐ

ก่อนข่าวงบ ตลาดบางส่วนมอง CPAXT ในฐานะผู้ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ และมีมุมมองเชิงบวกในลักษณะการซื้อขายระยะสั้น ข่าววิเคราะห์วันที่ 5 สิงหาคมเชื่อม CPAXT เข้ากับความหวังต่อโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มากกว่าจะอธิบายการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจของบริษัทโดยตรง

ช่องว่างที่ยังอธิบายไม่ได้

ตัวเลขรอบนี้จึงให้ภาพที่ละเอียดขึ้น ยอดขายออนไลน์โตแรงจริง แต่รายได้รวมโตเพียง 3.6% ช่องว่างนี้บอกได้อย่างน้อยว่าการเติบโตของออนไลน์ยังมีขนาดไม่พอจะเร่งภาพรวมทั้งบริษัท หรืออาจถูกหักล้างด้วยการเติบโตของช่องทางเดิมที่อ่อนกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม บทความที่มีอยู่ไม่ได้แยกยอดขายสาขาเดิม ต้นทุนจัดส่ง หรือกำไรตามช่องทาง จึงยังบอกไม่ได้ว่าปัญหาอยู่ที่กำลังซื้อ มาร์จิ้น หรือสัดส่วนธุรกิจ

ค้าปลีกสามแกน

คำตอบของ CPAXT ไม่ได้อยู่ที่ออนไลน์อย่างเดียว บริษัทกำลังสร้างระบบค้าปลีกสามแกน คือออฟไลน์ ออนไลน์ และพื้นที่ศูนย์การค้า ผ่านยุทธศาสตร์ Happy & Healthy Mall โดยวางแผนพัฒนาและปรับปรุง 60 โครงการใน 29 จังหวัดระหว่างปี 2569-2570 พื้นที่มอลล์และพื้นที่เช่าจะเพิ่มขึ้น 13% เป็นมากกว่า 1.13 ล้านตารางเมตร

ทราฟฟิกคือกลไกสำคัญ

กลไกที่บริษัทคาดหวังคือให้แม็คโครหรือโลตัสทำหน้าที่เป็นจุดดึงคนเข้าศูนย์การค้า จากนั้นร้านค้า ร้านอาหาร บริการสุขภาพ และกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเวลาที่ลูกค้าใช้ในพื้นที่ บริษัทระบุว่าการเพิ่มทราฟฟิกคุณภาพจะช่วยผู้เช่า และเสริมรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้า แต่คำว่า “ช่วย” และ “เติบโตต่อเนื่อง” ในข่าวยังเป็นเป้าหมายของบริษัท ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วในงบครึ่งปี

ดีลหัวหมาก–รามคำแหง

ดีลกับโอสถสภาช่วยให้เห็นรูปแบบการขยายที่ชัดขึ้น CPAXT เช่าที่ดิน 45 ไร่บริเวณหัวหมาก–รามคำแหงเป็นเวลา 30 ปี เพื่อพัฒนาโครงการที่มีโลตัสเป็นผู้เช่าหลัก ข่าวระบุว่าทำเลนี้มีประชากรหนาแน่นและการเดินทางสูง แต่ไม่ได้เปิดเผยต้นทุนโครงการ ผลตอบแทน หรือกระแสเงินสด ดังนั้นดีลนี้ยืนยันการเดินหน้ากลยุทธ์มากกว่าจะยืนยันความคุ้มค่าทางการเงิน

จากออนไลน์สู่ระบบค้าปลีกใหม่

นี่คือการอ่านอีกด้านหนึ่งของข่าวออนไลน์โต 29% ครับ CPAXT อาจไม่ได้กำลังเปลี่ยนเป็นธุรกิจดิจิทัลอย่างเดียว แต่กำลังพยายามเชื่อมออนไลน์เข้ากับเครือข่ายสาขาและพื้นที่เช่า หากทำได้ ลูกค้าออนไลน์อาจกลับมาใช้บริการออฟไลน์ และศูนย์การค้าอาจสร้างรายได้หลายทางมากขึ้น แต่ถ้าการลงทุนขยายพื้นที่โตเร็วกว่าทราฟฟิกและยอดขาย ผลลัพธ์ก็อาจเป็นเพียงธุรกิจที่มีช่องทางมากขึ้น แต่ไม่ได้สร้างกำไรเพิ่มตามสัดส่วน

อย่าอ่านจากออนไลน์ตัวเดียว

สำหรับผู้ถือหุ้น สิ่งที่ควรทบทวนคือ CPAXT ยังไม่ควรถูกอ่านจากตัวเลขออนไลน์เพียงตัวเดียว ส่วนผู้ที่กำลังติดตามหุ้นนี้ ควรแยกให้ออกระหว่างการเติบโตที่เกิดขึ้นแล้วกับแผนลงทุนระยะยาวที่ยังรอการพิสูจน์ ตัวเลขรายได้รวมที่โต 3.6% คือหลักฐานว่าบริษัทโต แต่ยังไม่เพียงพอจะสรุปว่าการเปลี่ยนโมเดลกำลังเร่งผลประกอบการ

วันพิสูจน์แผนลงทุน

จุดติดตามที่มีวันที่ชัดเจนคือการเปิด Happitat ย่านบางนาในวันที่ 21 สิงหาคม และโลตัสขอนแก่นในวันที่ 30 ตุลาคม หลังจากนั้นจึงค่อยดูว่าทราฟฟิก ผู้เช่า อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้จากศูนย์การค้าขยับตามที่บริษัทคาดหรือไม่ หากตัวเลขเหล่านี้ดีขึ้นพร้อมกับยอดขายออนไลน์ การตีความว่า CPAXT กำลังสร้างระบบค้าปลีกใหม่จะมีน้ำหนักมากขึ้น แต่หากรายได้และกำไรยังโตต่ำ ช่องว่างระหว่างแผนกับผลลัพธ์จะยังเป็นประเด็นหลัก

สิ่งที่รู้และยังไม่รู้

ข้อสรุปในตอนนี้คือ CPAXT กำลังเปลี่ยนจากผู้ค้าส่งค้าปลีกหลายช่องทางไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมการซื้อสินค้า พื้นที่ใช้ชีวิต และผู้เช่าเข้าด้วยกัน หลักฐานสนับสนุนคือยอดขายออนไลน์โต 29% และแผนลงทุน 60 โครงการ แต่หลักฐานยังไม่ถึงขั้นยืนยันการเติบโตของกำไรหรือกระแสเงินสด สิ่งที่ยังไม่รู้จึงสำคัญพอ ๆ กับสิ่งที่รู้ นั่นคือการเติบโตของออนไลน์จะส่งผ่านไปถึงผลตอบแทนของทั้งบริษัทได้มากเพียงใด

Link copied