DELTA 17 จุด ดัน SET สูงสุดรอบปี|แรงดัน SET50 เส้นแบ่งที่ต้องจับตา?

· SET

ตลาดหุ้นไทยวันนี้: DELTA นำขบวนสู่จุดสูงสุดในรอบปี

วันนี้ดัชนี SET ปิดบวก 17 จุด แตะระดับสูงสุดในรอบปี โดยมีหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นำตลาด ชื่อที่ตลาดพูดถึงมากที่สุดคือ DELTA (บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ประเทศไทย) ที่ดันดัชนีไปเกือบ 14 จุดจาก 17 จุดทั้งหมด นั่นหมายความว่าหุ้นตัวเดียวถือแรงผลักดันตลาดรวมถึง 82% ของการเคลื่อนไหวในวันนี้

ตัวเลขนั้นเล่าอะไรบางอย่างที่ลึกกว่าดัชนีที่ปิดบวก

ต่างชาติและพร็อพไพรเอทรีเทรี่ดิ้งร่วมเคาะซื้อหุ้นไทยรวม 2.8 พันล้านบาท กดดันให้นักวิเคราะห์จาก บล.ฟินันเซีย ไซรัส ออกมาระบุว่า SET ยังไปต่อได้ โดยชู CPF และ CPALL เป็นหุ้นเด่น ขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด — DELTA, CCET, HANA — ขึ้นพร้อมกันท่ามกลางกระแส AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

แต่ตลาดในช่วงเช้ากลับเล่าเรื่องต่างออกไป

ในช่วงเช้า SET ปิดลบ 13 จุด และ DELTA เป็นตัวกดดันหลัก แรงขายออกมาเพราะความกังวลว่าหุ้นอาจกลับเข้าข่าย Cash Balance อีกครั้ง และอาจเสี่ยงหลุดออกจากการคำนวณ SET50 ก่อนที่ช่วงบ่ายจะพลิก สิ่งที่เกิดขึ้นในครึ่งเช้ากับครึ่งบ่ายของวันเดียวกันนั้นแตกต่างกันราวกับตลาดสองแห่ง

กลไก Cash Balance และ SET50 — เมื่อแรงดันกลายเป็นความเสี่ยง

นี่คือจุดที่ต้องทำความเข้าใจกลไกก่อน เพราะมันเปลี่ยนภาพทั้งหมด

Cash Balance ในตลาดหุ้นไทยคือมาตรการที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้นักลงทุนที่มีพฤติกรรมการซื้อขายเกินวงเงินต้องวางหลักประกันเพิ่มขึ้น เมื่อหุ้นราคาสูงขึ้นเร็วเกินไป นักลงทุนรายย่อยที่ซื้อด้วยมาร์จินอาจเข้าข่ายนี้ แรงขายจึงไม่ได้มาจากการประเมินพื้นฐาน แต่มาจากการบังคับ

ยิ่งไปกว่านั้น DELTA มีน้ำหนักสูงใน SET50 การที่ราคาปรับขึ้นเร็วอาจทำให้น้ำหนักในดัชนีเพิ่มเกินเกณฑ์ที่ตลาดกำหนด นักลงทุนสถาบันที่ถือ ETF หรือพอร์ตที่ติดตาม SET50 ต้องปรับสัดส่วน แรงขายที่ตามมาจึงเป็นกลไก ไม่ใช่การตัดสินใจ

ในวันนี้ผู้ที่เข้าซื้อ DELTA ช่วงบ่ายประกอบด้วยต่างชาติและพร็อพไพรเอทรีเทรี่ดิ้ง ซึ่งเคลื่อนไหวหลังนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาตั้งแต่เช้า ลำดับเวลานี้สำคัญ เพราะชี้ว่าเงินต่างชาติเข้ามาเมื่อราคาเด้งขึ้นแล้ว ไม่ใช่ผู้ที่ริเริ่มการเคลื่อนไหว

ขณะเดียวกัน CPALL ประกาศเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ เพื่อโหวตโอนบริษัทในเครือ — เคาน์เตอร์เซอร์วิส ไทยสมาร์ทคาร์ด และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า — เข้าสู่ Virtual Bank เครือซีพี การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลัง CLICX ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank รายแรกของไทยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยเพิ่งเปิดเผยว่า 2 ใน 3 ผู้รับใบอนุญาตขอเลื่อนการเปิดออกไป บางรายถึงปี 2570 หมายความว่ากระแส Virtual Bank กำลังร้อนแรงในแง่ข่าว แต่การปฏิบัติจริงล่าช้ากว่าที่ตลาดคาด เงินที่ไหลเข้า CPALL วันนี้จึงไม่ได้สะท้อนธุรกิจที่เกิดขึ้นแล้ว แต่สะท้อนความคาดหวังของการโหวตอีกสองวัน

ตัวเลขที่บอกว่า SET แตะสูงสุดรอบปีจึงเป็นผลลัพธ์ที่มีแรงผลักจากสองแหล่งที่มีลักษณะต่างกัน แหล่งหนึ่งคือกลไกบังคับ อีกแหล่งคือความคาดหวังที่ยังไม่ถูกยืนยัน

ทางแยกข้างหน้า: DELTA จะรักษาระดับหรือกลไกจะพลิกทิศ?

คำถามที่ค้างอยู่จากชั่วโมงซื้อขายวันนี้ไม่ใช่ว่า DELTA ดีหรือไม่ดี แต่คือ — ใครจะซื้อต่อหลังจากนี้?

ในอดีต ปี 2563 DELTA เคยเข้าข่าย Cash Balance และถูกระงับการซื้อขายมาร์จินชั่วคราว ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 20% ในช่วงสั้นก่อนฟื้นตัว นั่นคือบทเรียนที่นักลงทุนที่ถือมาตั้งแต่ตอนนั้นยังจำได้ การที่หุ้นขึ้นร้อนแรงติดต่อกันหลายวันในลักษณะนี้ทำให้รูปแบบเดิมกลับมาถามอีกครั้ง

เงื่อนไขที่จะทำให้ DELTA รักษาระดับและดัน SET ต่อได้คือการที่ต่างชาติยังคงเพิ่มน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ่าน NVDR — ถ้า net buy ของต่างชาติผ่าน NVDR ในหุ้น DELTA ยังเป็นบวกต่อเนื่องอย่างน้อย 3 วันทำการ แรงขาย Cash Balance จะถูกดูดซับได้ ในทางกลับกัน ถ้าต่างชาติชะลอการซื้อและ DELTA ถูกพักการซื้อมาร์จิน น้ำหนักของหุ้นตัวเดียวที่ถือ 82% ของแรงดันดัชนีในวันนี้จะกลายเป็นน้ำหนักที่ฉุดดัชนีในทิศทางเดียวกัน

สำหรับ CPALL การโหวตในวันที่ 29 พฤษภาคมคือจุดตรวจสอบที่ชัดเจนที่สุด ถ้าผู้ถือหุ้นลงมติรับหลักการโอนบริษัทเข้า Virtual Bank ราคา CPALL จะสะท้อนความคาดหวังที่ถูกยืนยัน แต่ถ้าการโหวตผ่านด้วยคะแนนสูสีหรือมีคำถามเพิ่มเติมเรื่องมูลค่าโอน ตลาดจะตั้งคำถามว่าราคาที่วิ่งขึ้นรับรู้ล่วงหน้าไปมากเกินไปแล้วหรือเปล่า

ตัวชี้วัดที่ต้องติดตามพรุ่งนี้คือยอด net buy ของต่างชาติผ่าน NVDR ในหุ้น DELTA ว่ายังเป็นบวกหรือไม่ และระดับ 1,540 จุดของ SET ว่าทำหน้าที่เป็นแนวต้านหรือกลายเป็นแนวรับ ถ้า SET เด้งขึ้นเหนือ 1,540 โดยมีต่างชาติยืนยันด้วยยอดซื้อ นั่นหมายความว่าเงินเข้าจริง ไม่ใช่แค่กลไก

แต่ถ้า DELTA เริ่มถูกแรงขายกดและ SET ไม่สามารถปิดเหนือ 1,530 ได้ในสัปดาห์นี้ แรงดันที่ทำให้ดัชนีแตะสูงสุดรอบปีในวันนี้ก็อาจเป็นเพียงจุดสูงสุดชั่วคราวที่สร้างขึ้นจากหุ้นตัวเดียว ไม่ใช่สัญญาณการพลิกฟื้นของตลาดโดยรวม

Link copied