DELTA|รายได้พุ่ง 46.5% แต่กำไรร่วง 33%

· SET

งบไตรมาสสองที่เล่าสองเรื่องพร้อมกัน

บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ประเทศไทย เพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวเลขรายได้พุ่งขึ้น 46.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับ 65,191 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตในระดับสูงที่สุดในรอบหลายไตรมาส แรงหนุนหลักมาจากดีมานด์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง

แต่ในงบชุดเดียวกันนี้ กำไรสุทธิกลับเล่าอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเทียบกับปีก่อนกำไรสุทธิยังโต 31.3% แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีเดียวกัน กำไรสุทธิกลับหดตัวลงถึง 33.1% ความขัดแย้งระหว่างรายได้ที่ทำสถิติกับกำไรที่ร่วงแรงในช่วงเวลาเดียวกัน คือคำถามที่นักลงทุนต้องเผชิญตรงหน้าวันนี้

คำถามกลางของวันนี้ไม่ใช่ว่าดีมานด์ AI ของ DELTA ยังแข็งแรงหรือไม่ เพราะตัวเลขรายได้ตอบชัดอยู่แล้ว คำถามที่แท้จริงคือ อะไรกินกำไรที่ควรจะโตตามรายได้ไป และปัญหานั้นเป็นเรื่องชั่วคราวหรือเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างที่จะติดตามไปอีกหลายไตรมาส

แกะต้นทุนที่ไม่ได้มาจากธุรกิจหลัก

เมื่อแกะรายละเอียดงบ ต้นทุนที่ฉุดกำไรมาจากสามทาง ทางแรกคือค่าใช้จ่ายด้านภาษีศุลกากรภายใต้การเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งบริษัทบันทึกไว้รวม 1,032 ล้านบาท เกิดจากข้อตกลงส่งออกที่ต้องแบกรับอากรก่อนเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ทำให้ต้นทุนโผล่ขึ้นก่อนที่รายได้ส่วนจะสะท้อนกลับมาเต็มที่

ทางที่สองคือค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งรวมค่าวิจัยและพัฒนา เพิ่มขึ้นถึง 88.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าสิทธิที่ต้องจ่ายให้บริษัทแม่ในไต้หวัน ซึ่งปรับสูงขึ้นตามสัดส่วนยอดขายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรของบริษัทแม่ ยิ่งขายสินค้ากลุ่ม AI ได้มากเท่าไหร่ ค่าลิขสิทธิ์นี้ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

ทางที่สามคือปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบที่กดดันต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้น และทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นแม้จะโต 57.2% จากปีก่อน แต่กลับลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อัตรากำไรจากการดำเนินงานจึงหดจาก 11.4% เหลือ 9.4% ในไตรมาสนี้

เงินทุนต่างชาติเคยไหลเข้านำตลาด วันนี้ยังเชื่อเรื่องเดิมหรือไม่

ในช่วงก่อนหน้านี้ DELTA ถูกอ้างถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในบทวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยรายวันว่าเป็นหนึ่งในหุ้นนำกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า และเป็นหุ้นแนะนำร่วมกับกลุ่มพลังงานในหลายบทวิเคราะห์ ภาพที่ตลาดคุ้นเคยคือ DELTA เท่ากับหุ้น AI ขาขึ้นที่ต่างชาติยังเชื่อมั่น

แต่ความเชื่อมั่นนั้นก่อตัวขึ้นก่อนที่ตลาดจะเห็นตัวเลขกำไรสุทธิที่ร่วง 33% ในไตรมาสนี้ ยังไม่มีข้อมูลในมือที่บอกได้ว่าหลังการประกาศงบชุดนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติจะยังคงไหลเข้าต่อเนื่องเหมือนเดิม หรือจะเริ่มตั้งคำถามต่อภาพ DELTA ที่เคยมองว่าเป็นหุ้น AI ที่กำไรวิ่งตามรายได้ไปเรื่อยๆ

กรอบคำถามสำหรับคนที่ถือหรือกำลังพิจารณา DELTA จึงเปลี่ยนไป จากเดิมที่ถามแค่ว่ารายได้ยังโตตามธีม AI หรือไม่ มาเป็นคำถามที่ละเอียดขึ้นว่า ต้นทุนที่แทรกเข้ามาในไตรมาสนี้จะยังคงกัดกร่อนกำไรต่อไปในอัตราเดิม หรือจะเป็นเพียงแรงกดดันชั่วคราวที่คลี่คลายไปตามที่บริษัทระบุ

จุดตรวจสอบที่จะให้คำตอบในไตรมาสหน้า

ในทิศทางบวก บอร์ด DELTA อนุมัติการลงทุนสร้างโรงงานใหม่มูลค่า 3,200 ล้านบาทที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อแปลงโฉมเป็นโรงงานอัจฉริยะรองรับดีมานด์ระบบจ่ายไฟและระบายความร้อนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ พร้อมโยกย้ายเครื่องจักรบางส่วนจากโรงงานในจีนมาไทยเพื่อลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดการค้าจีน-สหรัฐ เป็นสัญญาณว่าบริษัทยังเดินหน้าขยายกำลังผลิตรับดีมานด์ AI ระยะยาว

บริษัทเองระบุไว้ในงบว่าสถานการณ์ขาดแคลนวัตถุดิบที่กดดันอัตรากำไรในไตรมาสนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายในไตรมาสถัดไป นี่คือจุดตรวจสอบที่ชัดเจนที่สุดที่นักลงทุนสามารถใช้ยืนยันได้ว่า ปัญหาต้นทุนที่เห็นในไตรมาสนี้เป็นเรื่องชั่วคราวจริงตามที่บริษัทบอก หรือจะยังคงอยู่ต่อในไตรมาส 3

ด้วยหลักฐานเท่าที่มีอยู่ในมือขณะนี้ ท่าทีที่สอดคล้องกับข้อมูลมากที่สุดคือการรอติดตามว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 จะฟื้นกลับขึ้นมาใกล้ระดับ 11% เหมือนปีก่อนหรือไม่ หากฟื้นตามที่บริษัทให้แนวทางไว้ ภาพ DELTA ในฐานะหุ้น AI ที่กำไรวิ่งตามรายได้จะกลับมาเป็นจริง แต่หากอัตรากำไรยังหดตัวต่อเนื่อง คำถามเรื่องต้นทุนเชิงโครงสร้างจะกลายเป็นประเด็นที่ต้องติดตามยาวกว่านี้

Link copied