DELTA กองทุนบังคับขาย|ต่างชาติซื้อสุทธิ 735 ล้านบาท

· SET

บทที่ 1 — สงครามกระดาน: กองทุนขาย ต่างชาติซื้อ

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (DELTA) ปิดตลาดวันที่ 2 กรกฎาคมที่ 312 บาท ลดลง 13 บาท ขณะที่กลุ่มธนาคารนำตลาดขึ้นได้ นักวิเคราะห์จากบล.ไอร่าระบุชัดว่า หากตัด DELTA ออก ดัชนีน่าจะปรับขึ้นได้ดีกว่านี้ แต่แรงขายที่กดดัน DELTA นั้นไม่ใช่การล้างพอร์ตของนักลงทุนที่หมดความเชื่อมั่น — มันคือการขายที่ถูกบังคับโดยกลไกของดัชนี

สาเหตุคือ กองทุนที่อ้างอิง SET100 และดัชนีที่ใช้เกณฑ์ Capped Weight ต้องลดสัดส่วน DELTA ให้ไม่เกิน 10% ของน้ำหนักดัชนี ซึ่งมีการทบทวนทุกไตรมาส เมื่อ DELTA ปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้น้ำหนักหุ้นทะลุเกณฑ์ กองทุนจึงถูกบังคับขายออกมาโดยไม่มีทางเลือก

ความขัดแย้งเกิดขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม เมื่อตัวเลขกระแสเงินทุนต่างชาติเข้ามาสุทธิ 735 ล้านบาท และ DELTA กลับมาเป็นหนึ่งในแรงหนุนหลักที่ทำให้ดัชนีบวก 5.6 จุด กองทุนไทยขายหุ้นตัวเดียวกับที่ต่างชาติกำลังซื้ออยู่ในเวลาเดียวกัน คำถามที่ตลาดต้องตอบคือ — ใครอ่านราคาถูก?

จุดสำคัญที่ซ่อนอยู่คือ การขายของกองทุนนั้นเป็นการขายที่ไม่ได้มาจากมุมมองว่าหุ้นแพงเกินไป แต่มาจากข้อบังคับโครงสร้าง ขณะที่ต่างชาติเข้าซื้อโดยมีข้อมูลจากทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนการถือหุ้นไทยในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ ผลที่ตามมาคือความผันผวนในระยะสั้นของ DELTA ไม่ได้สะท้อนพื้นฐานธุรกิจ แต่สะท้อนกลไกการปรับน้ำหนักดัชนีที่มีกำหนดเวลาชัดเจน

บทที่ 2 — เมื่อดัชนีกลายเป็นผู้ขาย: กลไกที่นักลงทุนรายย่อยมองข้าม

การที่กองทุนต้องขาย DELTA แม้ราคาหุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นนั้น เผยให้เห็นสมมติฐานที่ซ่อนอยู่ในการลงทุนตาม passive index — กองทุนประเภทนี้ไม่ได้ตัดสินใจซื้อขายจากมุมมองมูลค่า แต่ตัดสินใจจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักในดัชนี

ผลคือ เมื่อ DELTA ปรับขึ้นแรงจนน้ำหนักในดัชนีทะลุ 10% กองทุน passive ทุกกองที่อ้างอิง SET100 หรือดัชนีที่ใช้ Capped Weight ต้องขายพร้อมกันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แรงขายที่ออกมาจึงไม่ใช่สัญญาณขาลงของธุรกิจ แต่คือผลพลอยได้ของการที่ราคาหุ้นขึ้นมาแรงเกินไปในรอบดัชนีก่อนหน้า

บล.ทิสโก้วิเคราะห์จากข้อมูลในอดีตว่า หลังจากผ่านพ้นการ rebalancing ไปแล้ว ราคาหุ้น DELTA มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +6.8% เหตุผลคือ เมื่อแรงขายจากโครงสร้างดัชนีหมดแล้ว หุ้นกลับเข้าสู่ภาวะที่ราคาถูกกำหนดโดยพื้นฐานธุรกิจและการตัดสินใจของนักลงทุนที่มองมูลค่า

แต่ข้อสังเกตที่ต้องระวังคือ +6.8% คือผลตอบแทนเฉลี่ย ไม่ใช่ผลตอบแทนที่แน่นอนทุกรอบ ตัวแปรที่ทำให้รอบนี้แตกต่างออกไปคือ Fund Flow ต่างชาติ ซึ่งเข้ามาแล้ว 735 ล้านบาทในวันเดียว และทิศทางของค่าเงินบาท — หากบาทอ่อนค่ากลับ ต้นทุนการถือหุ้นไทยของต่างชาติจะสูงขึ้นและแรงซื้ออาจหายไปก่อนที่ราคาจะฟื้นเต็มที่

บทที่ 3 — ตัวแปรที่ตัดสิน: ต่างชาติจะยืนหรือถอย

จุดที่ต้องตรวจสอบไม่ใช่ว่า DELTA มีพื้นฐานดีหรือไม่ — ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่เป็นหุ้นในดัชนี SET100 คำถามนั้นตลาดรู้คำตอบอยู่แล้ว ตัวแปรที่แท้จริงในช่วงสัปดาห์นี้คือ Fund Flow ต่างชาติจะยืนหยัดหรือกลับตัวหลังรอบ rebalancing ผ่านพ้นไปแล้ว

ต่างชาติซื้อสุทธิ 735 ล้านบาทวันที่ 6 กรกฎาคม แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงวันเดียว จากสถิติที่ บล.เมย์แบงก์ระบุว่า Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง ประกอบกับการที่ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนมิถุนายนออกมาต่ำกว่าคาดที่ 57,000 ตำแหน่ง จากที่คาด 113,000 ตำแหน่ง ลดความกังวลว่าเฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนเงินทุนไหลเข้า Emerging Market รวมถึงไทย

ความเสี่ยงที่ผู้ถือต้องจับตาคือ ค่าเงินบาท ถ้าบาทอ่อนค่ากลับ ต้นทุน FX ของต่างชาติสูงขึ้น และกระแสเงินที่ไหลเข้าอาจพลิกออกได้เร็ว ขณะที่ผู้ที่ยังไม่ถือต้องตัดสินใจว่า การเข้าตอนนี้หลัง rebalancing ผ่านไปแล้วนั้น เป็นจุดที่กองทุน passive หมดแรงขายแล้ว หรือยังมีแรงขายอื่นรออยู่

สัญญาณที่เฉพาะเจาะจงที่สุดที่ต้องดูในสัปดาห์หน้าคือ ทิศทาง Fund Flow ต่างชาติในตลาดหุ้นไทย และระดับค่าเงินบาท หากต่างชาติยังซื้อสุทธิต่อเนื่องและบาทไม่อ่อนค่ากลับเกินกว่า 33.40 บาทต่อดอลลาร์ รูปแบบ post-rebalancing ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +6.8% มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำ หากต่างชาติพลิกขายสุทธิ แรงหนุนหลักที่พยุง DELTA หลัง rebalancing จะหายไปก่อนที่ราคาจะฟื้น

Link copied