DELTA 95% YTD ปีนี้|กำไร Q2 อ่อนแอ กดดันผู้ถือตัดสินใจ

· SET

หุ้นที่ "ขับเคลื่อน" ตลาดทั้งตลาด กลับสร้างแรงกดดันวันนี้

หุ้น DELTA ปรับตัวลงแรงวันนี้ 19 มิ.ย. 2569 กดดัชนี SET ร่วงไปกว่า 10 จุดเพียงตัวเดียว ขณะที่ราคาหุ้นยังคงบวกสะสม +95% นับตั้งแต่ต้นปี สิ่งที่ทำให้วันนี้ต่างออกไปคือสัญญาณกำไร Q2 ที่อ่อนแอ ซึ่งปรากฏในรายงานวันนี้เป็นครั้งแรก

ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะ DELTA ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นตัวหนึ่ง แต่กลายเป็น "คันเร่ง" และ "เบรก" ของ SET Index ไปเรียบร้อยแล้ว ตามที่นักวิเคราะห์ของอินโฟเควสท์ระบุ ทุกครั้งที่ DELTA ขึ้นแรง ตลาดดูสดใส ทุกครั้งที่ DELTA ร่วง แม้หุ้นอื่นจะไม่ได้มีปัญหา ดัชนีก็ดูแย่ตามไปด้วย

ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ตัวเลข Valuation ที่สะสมมากว่าครึ่งปี ราคาที่บวก +95% YTD สะท้อน P/E ที่สูงกว่าพื้นฐาน นักวิเคราะห์จาก บล.พาย ระบุวันนี้ว่าแรงขาย DELTA มาจาก "ราคาที่ขึ้นมาค่อนข้างมากและ Valuation P/E สูง" ซึ่งเมื่อรวมกับกำไร Q2 ที่อ่อนแอ แรงกดดันจึงเกิดขึ้นพร้อมกัน

จุดที่ต้องวิเคราะห์ต่อคือ ความอ่อนแอของ Q2 นี้มาจากโครงสร้างหรือเป็นเพียงชั่วคราว เพราะคำตอบนั้นจะแยก "ผู้ที่ควรถือต่อ" ออกจาก "ผู้ที่ควรทบทวน" อย่างชัดเจน

กระแส AI ส่งออกโลกแรง แต่ DELTA ได้ประโยชน์เต็มที่หรือไม่

กระแสส่งออกที่ขับเคลื่อน DELTA ในช่วง +95% YTD นั้นมีฐานข้อมูลรองรับจริง การส่งออกของจีนเดือน พ.ค. 2569 โตสูงถึง +19.4% YoY จากความต้องการ AI เป็นปัจจัยหลัก ส่วนเกาหลีใต้โต +53.2% และไต้หวัน +51.7% ในช่วงเดียวกัน

ไทยได้อานิสงส์ตาม โดยส่งออกอิเล็กทรอนิกส์เดือน เม.ย. โตแรงถึง +64.6% YoY บล.เอเซีย พลัส ระบุว่ากระแสนี้จะส่งผลดีต่อ DELTA, HANA และ KCE ต่อเนื่อง และแนะนำ "จับตา" กลุ่มนี้ในเชิงบวก

แต่นี่คือจุดที่ consensus ถูกท้าทายโดยตัวเลขรายไตรมาส ถ้า volume การส่งออกโตแรงขนาดนั้น ทำไมกำไร Q2 จึงอ่อนแอ? สมมติฐานที่ตลาดยังไม่ได้ตอบคือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับ AI server อาจกดมาร์จิ้นในระยะสั้น ขณะที่รายได้ยังไม่ทันรับรู้เต็มที่

ความขัดแย้งที่ปรากฏในข้อมูลวันนี้คือ เอเซีย พลัสมองว่า DELTA อยู่บน megatrend ระยะยาว ขณะที่สัญญาณรายไตรมาสชี้ว่า megatrend นั้นยังไม่ได้แปลงเป็น EPS จริงในไตรมาสนี้ นี่ไม่ใช่การเถียงเรื่องทิศทาง แต่เป็นการเถียงเรื่อง "เมื่อไหร่" ซึ่งสำคัญกว่าสำหรับผู้ถือที่ซื้อมาในราคา P/E สูง

สิ่งที่ถูกตั้งสมมติฐานโดยไม่มีการพิสูจน์คือ margin จะฟื้นตัวเร็วพอที่จะรองรับ Valuation ปัจจุบัน หาก Q3 ยังคงอ่อนแอ ราคาหุ้นที่วิ่งนำกำไรไปนานถึง 2 ไตรมาสจะหาจุดอ้างอิงได้ยากขึ้น

จุดตรวจสอบที่จะตัดสินว่า story ยังอยู่หรือไม่

ก่อนสรุปทิศทาง มีหลักฐานโต้แย้งที่ต้องนำมาพิจารณา กระแส AI ส่งออกของภูมิภาคนั้นเป็นของจริง และ SMCI ในสหรัฐฯ ที่ประกาศระดมทุน 7 พันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับ backlog AI server 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ คือสัญญาณที่ชี้ว่า demand chain ยาวกว่าหนึ่งไตรมาส อย่างไรก็ตาม SMCI เองก็ดิ่งลง 9% หลังปิดตลาด เพราะนักลงทุนกังวลเรื่อง dilution — pattern เดียวกันกับที่กดดัน DELTA วันนี้

จุดตรวจสอบที่สำคัญที่สุดคือผลประกอบการ Q2 เต็มรูปแบบที่กำหนดประกาศใน ส.ค. 2569 ตัวเลขที่จะบอกว่า Valuation ปัจจุบันสมเหตุสมผลหรือไม่มี 2 ตัว คือ gross margin และ order backlog ถ้า margin ฟื้นตัวได้ใน Q2 เต็มรูปแบบ story ยังอยู่ ถ้า margin ยังกดดันและ backlog ไม่เติบโต นั่นหมายถึงราคาที่บวก +95% ไม่มีกำไรรองรับในระยะใกล้

สำหรับผู้ถือ: ตัวแปรที่ต้องจับตาไม่ใช่ดัชนี SET หรือแนวโน้ม AI โลก แต่คือ gross margin ของ DELTA ใน Q2 เต็มรูปแบบ เปรียบเทียบกับ Q1 — ถ้าฟื้น ถือต่อมีฐาน ถ้าไม่ฟื้น Valuation ที่สูงจะกลายเป็นภาระ

สำหรับผู้ที่ยังไม่ถือ: คำถามไม่ใช่ว่า AI จะโต แต่คือ DELTA จะแปลง AI demand เป็น EPS ได้เมื่อไหร่ — และราคาวันนี้ได้ "discount" ความเสี่ยงนั้นไว้แล้วหรือยัง จุดตรวจที่แท้จริงคือ gross margin Q2 ฉบับเต็มใน ส.ค. 2569 ตัวเลขนั้นจะตอบคำถามที่ดัชนี SET ตอบไม่ได้

Link copied