ดอกเบี้ย Fed ยุค Warsh|งบรัฐอุ้มกลุ่ม Quantum

2026-05-23 · SET

กับดักดอกเบี้ยของ Warsh

ดัชนี Dow Jones ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 50,800 จุด สวนทางกับตลาดที่เริ่มประเมินโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ความย้อนแย้งนี้คือหัวใจของการวิเคราะห์ในวันนี้

Kevin Warsh เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนที่ 17 เมื่อวันศุกร์ ท่ามกลางมุมมองจากหัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของ Franklin Templeton ว่าเป็นการแต่งตั้งสายเหยี่ยว (Hawkish) ที่สุดในรอบ 20 ปี ขณะที่ Christopher Waller ผู้ว่าการเฟดระบุว่าการคุยเรื่องลดดอกเบี้ยเป็นเรื่อง "บ้า" และมีโอกาสที่ก้าวต่อไปจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ย ข้อมูลจาก CME FedWatch สะท้อนทันทีด้วยโอกาส 52.2% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม เพิ่มจากเกือบ 0% ในสัปดาห์ก่อน

แม้สงครามอิหร่านจะส่งผลต่อราคาพลังงานมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ แต่ถ้อยแถลงของ Waller ได้ปลดล็อกแรงกดดันในตลาดพันธบัตร ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ซึ่งนักกลยุทธ์จาก Société Générale มองว่ายังมีแนวโน้มปรับขึ้นได้อีก

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไม่ได้ร่วงลงตามคาด โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 8 ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยและ Momentum Flow ยังคงดูดซับผลกระทบจากบอนด์ยีลด์ที่พุ่งสูงได้ ขณะที่กองทุน Passive ยังคงถือสถานะเดิมแทนที่จะโยกเงินเข้าพันธบัตร สะท้อนว่านักลงทุนยังมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยที่ 52% เป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ไม่ใช่ความแน่นอน

แต่ระดับ 52% นี้ไม่ใช่จุดสมดุลที่มั่นคง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก University of Michigan ลดลงเหลือ 44.8 ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 74 ปี ขณะที่คาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวพุ่งแตะ 3.9% สูงสุดในรอบ 7 เดือน เมื่อความเชื่อมั่นดิ่งเหวแต่ตลาดหุ้นกลับพุ่งขึ้น อาจหมายความว่าตลาดกำลังเดิมพันกับข้อตกลงสันติภาพที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง หรือนักลงทุนยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบหากดอกเบี้ยพุ่งแตะ 3.75% ต่อการประเมินมูลค่าหุ้น การประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายนนี้จะเป็นบทพิสูจน์แรกภายใต้การนำของ Warsh

ฐานรับจากภาครัฐ

การปรับมุมมองเรื่องดอกเบี้ยได้สร้างความผิดปกติในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่เคลื่อนไหวสวนทางตลาดด้วยกลไกสนับสนุนจากภาครัฐที่ช่วยลดแรงเสียดทานจากนโยบายของ Warsh

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศอัดฉีดงบจาก CHIPS Act 2 พันล้านดอลลาร์ให้ 9 บริษัทควอนตัม รวมงบ 100 ล้านดอลลาร์ให้ RGTI เพื่อขยายการผลิต และ 375 ล้านดอลลาร์ให้ GFS สำหรับสร้างโรงหล่อเวเฟอร์ควอนตัม ด้าน IBM ได้รับงบ 1 พันล้านดอลลาร์จากรัฐบาลทรัมป์ ซึ่ง Wedbush มองว่าเป็น "ตัวเร่งใหม่" ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมา IONQ พุ่งเกือบ 23%, RGTI ทะยาน 50% และ Infleqtion ขึ้น 41%

ความแตกต่างสำคัญคือ งบรัฐไม่อ่อนไหวตามดอกเบี้ยเฟด เงิน 2 พันล้านดอลลาร์นี้คืออุปสงค์ที่จัดสรรไว้แล้ว ไม่ลดลงตามการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี เพราะผู้ซื้อไม่ใช่พอร์ตลงทุนที่เน้นกำไรสูงสุด ทำให้เงินสถาบันมองกลุ่มควอนตัมใหม่ จากเดิมที่เป็นการเก็งกำไร กลายเป็นกลุ่มที่มี "ฐานรับ" จากรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสได้เพิ่มงบลงทุนควอนตัมอีก 1.55 พันล้านยูโร ตอกย้ำการแข่งขันระดับโลกที่รัฐบาลต้องผลักดัน อย่างไรก็ตาม งบรัฐยังไม่แก้ปัญหาการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบัน RGTI มี P/S สูงกว่า 590 เท่า ขณะที่ IONQ แม้รายได้ไตรมาส 1 จะโต 755% แตะ 64.67 ล้านดอลลาร์ แต่ราคาที่พุ่งขึ้นได้สะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว คำถามคือฐานรับจากรัฐจะใหญ่พอรองรับมูลค่าหุ้นที่สูงลิ่วได้จริงหรือไม่

ปัจจัยบีบคั้นจากอิหร่าน

ประเด็นที่กลุ่มควอนตัมและสัญญาณจาก Warsh ทิ้งท้ายไว้คือสงครามอิหร่านที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งเป็นตัวแปรทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำหนดทั้งทิศทางดอกเบี้ยและงบประมาณภาครัฐ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมัน Brent ร่วงลงกว่า 5% ท่ามกลางความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน โดย Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศระบุว่ามีความก้าวหน้า และสื่ออาหรับรายงานว่าใกล้บรรลุร่างข้อตกลง การร่วงลงของราคาน้ำมันครั้งใหญ่นี้ช่วยหนุนเพดานตลาดหุ้นให้ Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวขึ้น แต่ราคา Brent ยังคงปิดเหนือ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ประธาน ADNOC ของ UAE เตือนว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับสู่ภาวะปกติจนกว่าจะถึงปี 2027 แม้จะมีข้อตกลงเกิดขึ้นก็ตาม

กรอบเวลาการฟื้นตัวของอุปทานนี้เองที่ทำให้สัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของ Waller ดูสมเหตุสมผล ปัจจุบันชาวอเมริกันต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 4.55 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ภาวะ Stagflation ที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางตลาดหุ้นที่ทำ New High ถูกยื้อไว้ด้วยสมมติฐานเดียว คือราคาน้ำมันจะลดลงเร็วพอที่จะสกัดเงินเฟ้อไม่ให้ฝังรากลึก

เงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ขับเคลื่อนด้วย "ความหวังด้านสันติภาพ" ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ขยับดีขึ้น ข้อมูลการแข็งค่าของดอลลาร์ (Bloomberg Dollar Spot Index) หลังถ้อยแถลงของ Waller สะท้อนว่าตลาดซึมซับสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยผ่านการ Short พันธบัตร แต่ยังไม่ยอมทิ้งหุ้น ความเปราะบางนี้จะปรากฏชัดหากดีลอิหร่านล้มเหลวและ Brent กลับไปแตะ 110 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนปรับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยจากเดือนธันวาคมมาเป็นมิถุนายนทันที

สิ่งที่ต้องจับตาภายใน 48 ชั่วโมงนี้คือการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ หากไม่มีความคืบหน้าจนถึงวันจันทร์และ Brent ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมที่ 52% จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหม่ และจะเป็นบทพิสูจน์ว่าแรงซื้อจากกองทุน Passive จะต้านทานแรงขายจากสถาบันได้หรือไม่