GDP ไทย Q1 โต 2.8%|SET ยังปิดลบทำไม?

· SET

ตัวเลขดี แต่ตลาดไม่เชื่อ

GDP ไทยไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 2.8% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,864 ล้านบาทในวันเดียว แต่ SET ปิดที่ 1,517.74 จุด ลดลง 0.21 จุด ซึ่งขัดกับทิศทางที่ควรจะเป็น

วันนี้ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดทั้งวัน ดัชนีแกว่งทั้งในแดนบวกและแดนลบสลับกัน มูลค่าซื้อขายรวม 56,223 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิแต่กองทุนในประเทศขายสุทธิ 464 ล้านบาท กลุ่มแบงก์และพลังงานเป็นแรงพยุงหลักของตลาด ขณะที่สภาพัฒน์ประกาศตัวเลข GDP อย่างเป็นทางการในช่วงเช้า ตัวเลขดังกล่าวออกมาดีกว่าคาดในทุกมิติ การลงทุนรวมขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี การลงทุนภาคเอกชนพุ่ง 10.1% เร่งขึ้นจาก 6.5% ในไตรมาสก่อน และดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ว่านี่คือ "เครื่องยนต์การลงทุน" ที่ขับเคลื่อนตัวเลข

ราคาทองคำในประเทศปรับราคาถึง 31 ครั้งในวันเดียว สะท้อนความผันผวนในตลาดโลก Gold Spot อยู่ที่ 4,544 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ความกังวลเรื่อง Bond Yield สหรัฐฯ ที่เข้าใกล้ระดับ 5% ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก แต่ที่น่าสังเกตคือ แม้ข่าวเศรษฐกิจในประเทศจะดี ตลาดหุ้นไทยกลับแข็งแกร่งกว่าตลาดโลก ไม่ใช่แข็งแกร่งกว่าตัวเองในวันที่มีข่าวดี

เครื่องยนต์ที่กำลังจะหมดน้ำมัน

ตัวเลข GDP ที่ดูแข็งแกร่งนี้มีรายละเอียดที่ตลาดอ่านออก รองนายกฯ เอกนิติระบุตรงๆ ว่าส่วนหนึ่งของการเร่งตัวมาจาก "การเร่งส่งออกช่วงมาตรการภาษีทรัมป์" นั่นหมายความว่าเม็ดเงินบางส่วนที่หนุน GDP ไตรมาสหนึ่งคือการดึงอุปสงค์จากอนาคตมาใช้ก่อน ไม่ใช่อุปสงค์ใหม่ที่เกิดขึ้นจริง

การลงทุนภาคเอกชนโต 10.1% ก็มาพร้อมบริบท BOI Fast Pass และนโยบาย Quick Big Win ที่เพิ่งเร่งออกมา นักลงทุนในตลาดหุ้นตั้งคำถามว่าโมเมนตัมนี้จะดำเนินต่อไปได้อีกนานแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อดร.เอกนิติยังชี้ว่าราคาน้ำมันจะแพงต่อเนื่องอีก 2 ปี ซึ่งกดต้นทุนทั้งภาคผลิตและภาคครัวเรือน

PRM (พริมา มารีน) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่งน้ำมันปรากฏรายการ Big Lot 1,399 ล้านบาทในวันนี้ ราคาเฉลี่ย 9.00 บาท สูงกว่าราคากระดาน 1.12% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ผู้เล่นรายใหญ่ยอมจ่ายแพงกว่าตลาดเพื่อสะสมหุ้นในกลุ่มพลังงาน สวนทางกับทิศทาง SET โดยรวม ตลาดจึงอยู่ในสภาวะที่อ่านสัญญาณซ้อนกัน ข่าวดีในประเทศกับแรงกดดันจากภายนอกกำลังชนกัน และกองทุนในประเทศเลือกขาย ขณะที่ต่างชาติเลือกซื้อ

แต่จุดที่ตลาดจะพิสูจน์ว่าใครอ่านถูกยังไม่ได้คำตอบจากวันนี้

ทดสอบ 1,500 จุด หรือทะลุ 1,530?

คำถามที่ค้างอยู่จากเซสชั่นนี้คือ GDP ที่โต 2.8% จะเป็นจุดสูงสุดของโมเมนตัมหรือจุดเริ่มต้น โบรกเกอร์ประเมินตรงกันว่าพรุ่งนี้ SET จะแกว่ง Sideway ถึง Sideway Down กรอบ 1,500-1,530 จุด

แนวรับ 1,500 จุดคือตัวเลขที่ตลาดจับตา หากทะลุลงไปต่ำกว่านั้น ความกังวลจะย้ายจากเรื่องภายนอกมาสู่คำถามว่าตัวเลข GDP ดีจริงหรือเป็นแค่การดึงอุปสงค์ล่วงหน้า ในทางกลับกัน หาก Bond Yield สหรัฐฯ ไม่ทะลุ 5% และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้าหลักไม่สะดุด ต่างชาติที่ซื้อสุทธิวันนี้อาจดึง SET กลับขึ้นเหนือ 1,530 จุดได้

ในอดีตปี 2558 ไทยเคยประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด แต่ตลาดหุ้นกลับย่อตัวอยู่หลายสัปดาห์ก่อนปรับขึ้น เพราะนักลงทุนรอดูว่าตัวเลขนั้นยั่งยืนหรือไม่ สถานการณ์ปัจจุบันมีความคล้ายกัน

นโยบาย "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่กำลังเข้า ครม. พรุ่งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่ารัฐบาลเองมองว่าโมเมนตัมจาก GDP นี้เพียงพอหรือยัง หากรัฐบาลยังรีบอัดฉีดเพิ่มอีก อาจหมายความว่าตัวเลข 2.8% ไม่แข็งแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่กองทุนในประเทศที่ขายสุทธิวันนี้อาจกำลังคิดอยู่

Link copied