GFPT 4.81% ไก่ส่งออกฟื้น|Q2 beat ซื้อหรือขาย?
ไก่ไทยส่งออกพลิกฟื้น: ทำไม GFPT พุ่ง +4.81% วันนี้
หุ้น GFPT หรือบมจ.จีเอฟพีที พุ่งขึ้น 4.81% มาที่ 9.80 บาทในช่วงเช้าของวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายพุ่งถึง 54.43 ล้านบาท สัญญาณที่ตลาดตอบสนองคือความคาดหวังว่ากำไรไตรมาส 2 ปี 2569 จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้ และแรงขับที่ชัดเจนที่สุดมาจากการส่งออกไก่แปรรูปไปยังยุโรปและญี่ปุ่นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูส่งออก
ตัวเลขที่บล.ลิเบอเรเตอร์ชี้ให้เห็นคือ อัตรากำไรขั้นต้นของ GFPT ไตรมาส 2 คาดจะฟื้นตัวเป็น 16.5% จาก 14.6% ในไตรมาสก่อน ขณะที่ยอดขายรวมคาดอยู่ที่ 4,661 ล้านบาท ขยับขึ้น 9% เทียบกับไตรมาสแรก แรงขับที่ชัดเจนที่สุดมาจากการส่งออกไก่แปรรูปไปยังยุโรปและญี่ปุ่นที่เริ่มเข้าสู่ฤดูส่งออก ทำให้ปริมาณขายเพิ่ม 7% QoQ
แต่ภาพรวมปีต่อปียังไม่สวยงาม เพราะ GFPT สูญเสียตลาดจีนมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 ทำให้ยอดขายรวมยังคาดติดลบ 5% เทียบกับปีก่อน นี่คือจุดที่ทำให้ Q2 beat มีน้ำหนักไม่เท่ากันในสายตาของนักลงทุนระยะสั้นและระยะยาว
เกราะต้นทุนยังอยู่ แต่กำลังบาง: ความเสี่ยงที่ตลาดยังไม่ได้ราคา
แรงกดดันที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข Q2 ที่ดูน่าพอใจคือราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองในตลาดโลกเริ่มปรับตัวสูงขึ้น บล.บัวหลวงชี้ว่า GFPT ยังได้ประโยชน์จากการใช้สต็อกวัตถุดิบต้นทุนต่ำที่สะสมไว้ก่อนหน้า ทำให้ margin ไตรมาสนี้ยังสะท้อนต้นทุนจริงได้ไม่เต็มที่
คำถามที่สำคัญกว่าคือ margin จะยั่งยืนได้นานแค่ไหน เพราะเมื่อสต็อกวัตถุดิบราคาถูกหมดลง ต้นทุนที่แท้จริงในตลาดโลกจะส่งผ่านมาเต็มๆ ยิ่งไปกว่านั้นค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดเพิ่มขึ้น 14% QoQ ตามปริมาณการส่งออกและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม GFN คาดหดตัว 33% YoY จากราคา by-product ที่อ่อนแอ
มีมุมที่น่าพลิกพิจารณา คือราคาเนื้อไก่ในประเทศผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในเดือนพฤษภาคม 2569 และกำลังฟื้นตัวจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ บล.บัวหลวงประเมินว่าไตรมาส 3 ที่ปกติแล้วไม่ค่อยเติบโตจากไตรมาส 2 ปีนี้อาจเป็นข้อยกเว้น เพราะโครงการนี้ยังดำเนินต่ออีกหลายเดือน
นักวิเคราะห์ขัดแย้ง: Q2 beat เป็นสัญญาณซื้อหรือสัญญาณออก?
นี่คือความขัดแย้งที่แท้จริงในวันนี้ บล.ลิเบอเรเตอร์แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.60 บาท โดยมองว่ากำไร Q2 ดีกว่าที่เคยคาดและมีโอกาสปรับประมาณการขึ้น ขณะที่บล.บัวหลวงแนะนำเป็นเพียง เก็งกำไรระยะสั้น จากผลประกอบการไตรมาส 2 และพร้อมกันระบุชัดว่าระยะยาวยังให้น้ำหนักการลงทุนใน BTG และ CPF มากกว่า GFPT เพราะทั้งสองมีธุรกิจทั้งไก่และสุกรที่ราคากำลังฟื้นพร้อมกัน
สมมติฐานแอบแฝงที่นักวิเคราะห์ระยะสั้นอาจมองข้ามคือ GFPT เป็นบริษัทไก่ล้วนๆ ไม่มีธุรกิจสุกร ในขณะที่ BTG และ CPF มีทั้งสองธุรกิจ ซึ่งราคาสุกรเพิ่งผ่านจุดต่ำสุดในช่วงต้นปีและกำลังฟื้นตัว ในไตรมาส 3 และครึ่งปีหลัง ปัจจัยหนุน BTG/CPF จะกว้างกว่า GFPT อย่างชัดเจน ผู้ถือ GFPT ในวันนี้จึงเป็นเดิมพันเฉพาะบน Q2 beat ไม่ใช่ momentum ระยะกลาง
ความเสี่ยงที่ผู้เข้าซื้อวันนี้ต้องตระหนักคือ ระยะห่างระหว่างราคาปัจจุบัน 9.80 บาทกับราคาเป้าหมาย 10.60 บาทนั้นเหลือเพียง 0.80 บาทหรือประมาณ 8% บล.บัวหลวงประเมินกำไรปกติ Q2 ไว้ที่ 590 ล้านบาท หากตัวเลขออกมาตรงนี้ upside ส่วนใหญ่อาจถูกดูดซับไปแล้วก่อนประกาศ คำถามจึงไม่ใช่ว่า Q2 จะดีไหม แต่คือตลาดจะยังให้ premium กับ Q2 beat ต่อไปหรือจะโยกเงินไปหา BTG/CPF ที่มี H2 upside กว้างกว่า
สำหรับผู้ถือ GFPT สิ่งที่ต้องติดตามไม่ใช่ราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์แต่ละราย แต่คือ gross margin จริงที่จะประกาศใน Q2 หาก margin ยืนยันได้ 16.5% หรือสูงกว่า และยอดส่งออกยุโรป-ญี่ปุ่นขยายตัวต่อเนื่อง สัญญาณนี้สนับสนุนการถือต่อ แต่หาก margin ต่ำกว่า 16.5% หรือ upside จากสต็อกถูกถูกจะหมดเร็วกว่าคาด การโยกไปสู่ BTG หรือ CPF ที่มีแรงหนุนสุกรในครึ่งปีหลังคือทางเลือกที่มีเหตุผลมากกว่า