GRAND ผิดนัดหุ้นกู้ซ้ำสอง|หลักประกันคุ้มบัญชี แต่ไม่คุ้มเงินสด
ผิดนัดซ้ำ วันครบกำหนดที่หายไป
บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ หรือ GRAND แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าไม่สามารถชำระคืนเงินต้นงวดที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยของหุ้นกู้ GRAND264A ได้ทันกำหนดวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นี่คือการผิดนัดรอบที่สองของหุ้นกู้ชุดนี้ในรอบไม่ถึงสามสัปดาห์ บริษัทขอเลื่อนจ่ายออกไปอีก 5 วันทำการ เป็นวันที่ 6 สิงหาคม 2569 พร้อมต้องจ่ายดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มในช่วงเวลาที่ขยายออก
หุ้นกู้ GRAND264A มีมูลค่าคงค้างรวม 668.70 ล้านบาท เดิมครบกำหนดชำระวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 แต่บริษัทขอผ่อนผันขยายเวลาไปแล้วครั้งหนึ่ง 15 วัน เป็นวันที่ 30 กรกฎาคม เมื่อครบกำหนดรอบแรกบริษัทยังไม่สามารถจัดหากระแสเงินสดได้ โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างรอกระแสเงินสดจากการขายทรัพย์สิน ซึ่งกระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ นี่คือจุดที่คำอธิบายเดิมเริ่มไม่พอสำหรับผู้ถือหุ้นกู้
การผิดนัดครั้งแรกอาจอ่านได้ว่าเป็นความล่าช้าทางธุรกรรมชั่วคราว แต่การผิดนัดซ้ำเป็นครั้งที่สองเปลี่ยนคำถามของผู้ถือหุ้นกู้ไปอีกระดับ จากเดิมที่ถามว่าบริษัทจะขายทรัพย์สินได้เมื่อไร กลายเป็นคำถามว่ากระบวนการขายทรัพย์สินนั้นจะเสร็จทันวงเงินและกรอบเวลาที่เหลืออยู่หรือไม่ เพราะทุกวันที่ยืดออกไป บริษัทต้องแบกดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มขึ้นบนฐานหนี้เดิม
หลักประกันคุ้มหนี้แค่ไหน
หุ้นกู้ GRAND264A มีหลักประกันสามส่วน ที่ดินมูลค่า 2.62 ล้านบาท ห้องชุดคอนโดมิเนียมมูลค่า 178.35 ล้านบาท และหุ้นของ บมจ.โรงแรมรอยัล ออคิด ประเทศไทย หรือ ROH มูลค่า 755.21 ล้านบาท รวมมูลค่าหลักประกันทั้งสิ้น 936.18 ล้านบาท เทียบกับหนี้คงค้าง 668.70 ล้านบาท ตัวเลขหลักประกันจึงสูงกว่าภาระหนี้อยู่พอสมควรบนกระดาษ
ส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหลักประกันไม่ใช่เงินสดหรือทรัพย์สินที่ขายได้ทันที แต่คือหุ้นของโรงแรมรอยัล ออคิด ซึ่งมูลค่าประเมินขึ้นอยู่กับราคาตลาดของหุ้นนั้นเอง ต่างจากเงินสดที่ตัวเลขไม่ผันผวน มูลค่าหลักประกันส่วนใหญ่จึงเป็นสินทรัพย์ที่ต้องแปลงสภาพก่อนจึงจะนำมาชำระคืนผู้ถือหุ้นกู้ได้จริง สิ่งนี้อธิบายว่าทำไมบริษัทที่มีหลักประกันสูงกว่าหนี้ในทางบัญชี ยังคงผิดนัดชำระเป็นเงินสดได้
คำถามที่ตามมาจึงไม่ใช่ว่าหลักประกันพอหรือไม่ในทางบัญชี แต่คือหลักประกันเหล่านั้นจะถูกแปลงเป็นเงินสดได้เร็วพอสำหรับกำหนดชำระที่เลื่อนมาเป็นวันที่ 6 สิงหาคมหรือไม่ ความต่างระหว่างมูลค่าหลักประกันในทางทฤษฎีกับสภาพคล่องจริงในมือ คือสิ่งที่ทำให้สถานการณ์ของ GRAND ยังไม่คลี่คลาย แม้ตัวเลขหลักประกันจะดูปลอดภัยกว่าหนี้
นัดวันที่ 5 สิงหาคม สิ่งที่ผู้ถือหุ้นกู้ต้องตัดสินใจ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกประกาศเตือนผู้ถือหุ้นกู้ GRAND ให้ใช้สิทธิเข้าร่วมประชุมในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันก่อนกำหนดชำระใหม่เพียงหนึ่งวัน การที่หน่วยงานกำกับดูแลออกคำเตือนเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ เป็นสัญญาณว่าการประชุมครั้งนี้มีนัยต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นกู้มากกว่าการประชุมตามวาระปกติ
ในการประชุมวันที่ 5 สิงหาคม ผู้ถือหุ้นกู้ต้องตัดสินใจว่าจะยอมรับการขยายเวลาต่อไปพร้อมรับดอกเบี้ยผิดนัดเป็นการชดเชย หรือจะใช้สิทธิของเจ้าหนี้กดดันให้บริษัทเร่งกระบวนการขายทรัพย์สินและนำหลักประกันมาชำระคืนโดยเร็วกว่านี้ ทางเลือกทั้งสองมีต้นทุนต่างกัน ฝั่งแรกยังมีความเสี่ยงว่าบริษัทจะผิดนัดเป็นครั้งที่สาม ฝั่งหลังอาจต้องแลกกับกระบวนการบังคับหลักประกันที่ใช้เวลานานกว่า
กำหนดชำระใหม่ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 คือจุดตรวจสอบที่จะบอกว่าคำอธิบายเรื่องรอกระแสเงินสดจากการขายทรัพย์สินเป็นจริงหรือไม่ หากกระบวนการขายทรัพย์สินยังไม่เสร็จทันเส้นตายนี้ ความเสี่ยงของการผิดนัดครั้งที่สามจะเพิ่มขึ้น และมูลค่าหลักประกันในทางบัญชีจะยิ่งถูกทดสอบด้วยคำถามเรื่องสภาพคล่องจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ถือหุ้นกู้จึงควรติดตามผลการประชุมวันที่ 5 สิงหาคม และความคืบหน้าการขายทรัพย์สินอย่างใกล้ชิดก่อนถึงกำหนดใหม่