JMART คืน SET100 บวก 12.57%|SGC บิ๊กล็อต 180 ล้าน ใครกำลังขายออก?

· SET

ราคาพุ่ง 12% ก่อนวันที่ passive fund เข้าจริง

JMART ปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ที่ 10.30 บาท เพิ่มขึ้น 12.57% จากราคาปิดเมื่อวานที่ 9.15 บาท หลังตลาดหลักทรัพย์ประกาศคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี SET100 และ SET100FF มีผลตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2569

แต่นั่นคือหัวใจของปัญหา ราคาขึ้นแรงวันนี้เพราะตลาดคาดว่า passive fund ต้องซื้อ ไม่ใช่เพราะ passive fund ซื้อแล้ว

กองทุนที่อ้างอิงดัชนี SET100 จะต้องเพิ่มสัดส่วน JMART เข้าพอร์ตในวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งยังอีก 4 วัน ผู้ที่ซื้อวันนี้ที่ราคา 10.30 บาทกำลังซื้อหน้า passive inflow ในราคาที่สูงกว่าราคาก่อนประกาศถึง 12.57% แล้ว

คำถามที่ผู้ถือหุ้นทุกรายต้องตอบทันทีคือ passive premium ที่เหลืออยู่นับจากนี้ถึง 13 ก.ค. จะดึงราคาขึ้นได้อีกเท่าไร หรือตลาดได้ discount มูลค่านั้นไปหมดแล้ว

SGC บิ๊กล็อต 180 ล้าน — บริษัทในเครือขายออกวันเดียวกัน

วันที่ JMART วิ่งขึ้น 12.57% มีสัญญาณที่ขัดแย้งกันอยู่ในข้อมูลกระดานใหญ่

SGC หรือ บริษัท เอส จี ซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่ม JMART มียอดบิ๊กล็อตสูงสุดของวันนี้ที่ 180.64 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 9.07 บาท ขณะที่ CEO JMART ให้สัมภาษณ์ว่าแผนการเติบโตระยะยาวผ่าน Lock Phone และ AI กำลังเดินหน้าตามเป้าหมาย

นี่คือสัญญาณตรงข้ามที่มาจากนักแสดงสองฝั่งในวันเดียวกัน ฝั่งหนึ่งคือผู้บริหารบริษัทที่ยืนยันทิศทางบวก ฝั่งหนึ่งคือนักลงทุนที่ถือหุ้น SGC ในปริมาณมากกำลังขายออกผ่านกระดานใหญ่

แต่ก็มีคำอธิบายสองแบบ แบบแรกคือการ rebalance พอร์ตปกติ — นักลงทุนสถาบันที่ถือ SGC อาจโยกเงินมาซื้อ JMART โดยตรงแทน แบบที่สองคือ exit window — ผู้ที่รู้ว่า passive fund จะซื้อ JMART ในราคาสูงกำลังใช้โอกาสนี้ขายสินทรัพย์ในกลุ่มออกก่อน

ประเด็นที่คนส่วนใหญ่มองข้ามคือ กลุ่ม JMART มีหลายบริษัทในเครือ ทั้ง SINGER, SGC, JMT และ KB J Capital ถ้าผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องการ exit กลุ่มนี้โดยรวม การขาย SGC บิ๊กล็อตวันเดียวกับที่ JMART วิ่งแรงคือเวลาที่เหมาะที่สุด

Lock Phone และ 13 กรกฎาคม — จุดตัดที่เลือกไม่ได้หลบ

JMART ประกาศว่าธุรกิจสินเชื่อ Lock Phone คือ growth engine หลัก ผ่านการผสานพลังระหว่าง Jaymart Mobile, SINGER, SGC และ KB J Capital ที่มุ่งเจาะตลาดสมาร์ตโฟนและสินเชื่อดิจิทัล

พื้นฐานนี้สนับสนุนการเข้า SET100 ได้ เพราะ SET100 วัดจากมูลค่าหลักทรัพย์และสภาพคล่อง ไม่ใช่เพียงความนิยม JMART ที่กลับเข้าดัชนีได้ต้องผ่านเกณฑ์ทั้งด้านขนาดและการซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ยังไม่มีในวันนี้คือผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่ง Lock Phone จะต้องพิสูจน์ว่ากำไรเติบโตได้จริงตามที่ผู้บริหารระบุ ไม่ใช่แค่แผนบนกระดาษ

สำหรับผู้ถือหุ้นปัจจุบัน หากเชื่อว่า Lock Phone จะหนุน earnings ต่อเนื่องและ passive fund ยังไม่ discount ครบ การถือผ่าน 13 ก.ค. มีเหตุผล หากผลประกอบการ Q2 ไม่โตตามที่คาด ราคา 10.30 บาทนี้จะกลายเป็นจุดทำกำไรที่พลาดไปแล้ว

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ถือ จุดตัดสินคือ ราคา JMART หลัง 13 ก.ค. ปิดเหนือหรือต่ำกว่า 10.30 บาท วันนั้นจะเป็นคำตอบว่า passive front-run วันนี้ถูกต้องหรือเป็นกับดัก

Link copied