KKP กำไร Q2 พุ่ง 51%|โบรกไล่เป้า 135 บาท สวนทาง SCB กำไรทรุด

· SET

กำไรที่พลิกทุกสมมติฐาน

เกียรตินาคินภัทร หรือ KKP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตถึง 51 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่าทุกธนาคารในกลุ่มที่ประกาศงบมาแล้ว กำไรครึ่งปีแรกทะลุ 4 พันล้านบาท ขณะที่ธนาคารใหญ่หลายแห่งกำลังรายงานกำไรอ่อนตัวลงจากแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยขาลง

ทันทีที่ตัวเลขออกมา หลายโบรกเกอร์ปรับเป้าราคาขึ้นต่อเนื่อง จาก 120 บาทไปจนถึง 135 บาท ภายในวันเดียวกัน คำถามคือ ธนาคารที่เคยถูกมองว่าเปราะบางที่สุดในกลุ่มจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ กลับกลายเป็นธนาคารที่กำไรโตแรงที่สุดได้อย่างไร

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ธุรกิจสินเชื่อหลักที่เคยเป็นจุดอ่อนของ KKP มาตลอดหลายปี แต่อยู่ที่โครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในไตรมาสนี้ และนั่นคือสิ่งที่ต้องแกะก่อนตัดสินใจใดๆ

รายได้ค่าธรรมเนียมแทนที่สินเชื่อ

บทวิเคราะห์จากดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุชัดว่ากำไรของ KKP ในไตรมาสนี้ได้แรงหนุนหลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลอย่าง Dime! รวมถึงขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง และต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลงตามไปด้วย

ในขณะเดียวกัน ธนาคารส่วนใหญ่ในกลุ่มกำลังเผชิญแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่หดตัวและการเติบโตของสินเชื่อที่ยังเปราะบาง นักวิเคราะห์จากยูโอบี เคย์เฮียนคาดว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารไตรมาสนี้จะลดลงถึง 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีก่อน

นี่คือจุดที่ต้องตีความให้ถูก KKP ไม่ได้กำไรโตเพราะธุรกิจสินเชื่อฟื้นตัว แต่เพราะสามารถลดการพึ่งพาจุดอ่อนเดิมได้สำเร็จ และหันไปพึ่งรายได้ที่ไม่ผูกกับวัฏจักรดอกเบี้ยแทน คำถามต่อไปคือ ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

เงินหมุนจาก SCB มา KKP

ข้อมูลการซื้อขายวันนี้ระบุชัดว่านักลงทุนไล่ซื้อ KKP ขณะเดียวกันก็ขายทำกำไรหุ้น SCB ออกมา สะท้อนการหมุนเงินภายในกลุ่มธนาคารเดียวกันแบบตรงไปตรงมา

เหตุผลอยู่ในตัวเลขเดียวกันที่ประกาศพร้อมกัน SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 ลดลง 13.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ KKP กำไรโตสวนทางถึง 51 เปอร์เซ็นต์ ความต่างของทิศทางกำไรนี้เองที่กลายเป็นตัวกระตุ้นการหมุนเงินทันที

แต่การหมุนเงินตามข่าวกำไรไตรมาสเดียวมีความเสี่ยงในตัวเอง หากส่วนหนึ่งของกำไรที่โตแรงมาจากต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลงเพียงชั่วคราว ไม่ใช่จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตอย่างมีโครงสร้าง แรงซื้อที่ไล่ราคาวันนี้ก็อาจเป็นเพียงกระแสระยะสั้น

ประเด็นที่แท้จริงจึงไม่ใช่ว่าใครกำไรดีกว่าในวันนี้ แต่คือใครมีโครงสร้างกำไรที่ยั่งยืนกว่าในระยะถัดไป และนั่นคือสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้จากตัวเลขไตรมาสเดียว

ตัวแปรที่ต้องจับตาก่อนตัดสินใจ

ตัวแปรที่จะชี้ขาดว่าการเติบโตนี้ยั่งยืนหรือชั่วคราวคือรายได้ค่าธรรมเนียมและผลงานของ Dime! ในไตรมาส 3 หากยังคงเติบโตต่อเนื่องในทิศทางเดียวกัน จะเป็นหลักฐานว่าโครงสร้างกำไรใหม่ของ KKP มีความมั่นคงจริง ไม่ใช่ปัจจัยบวกจากการตั้งสำรองที่ลดลงเพียงครั้งเดียว

ในทางกลับกัน หากรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 3 ชะลอตัวลงกลับสู่ระดับปกติ ขณะที่ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นไปสะท้อนความคาดหวังสูงไว้ล่วงหน้าแล้วจากการไล่ปรับเป้าของโบรกเกอร์ การซื้อไล่ราคาในวันนี้ก็จะกลายเป็นกับดักสำหรับผู้ที่เข้าซื้อตามกระแสทันที

สำหรับผู้ที่ถือ KKP อยู่แล้ว ตัวแปรที่ต้องจับตาคือความต่อเนื่องของรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสหน้า ไม่ใช่แค่ตัวเลขกำไรรวม สำหรับผู้ที่ยังไม่ถือและกำลังพิจารณาเข้าซื้อ จุดที่ต้องจับตาคือระยะห่างระหว่างราคาหุ้นกับเป้าหมายใหม่ที่ 135 บาทที่โบรกเกอร์ปรับขึ้น หากราคาวิ่งเข้าใกล้เป้าหมายเร็วเกินกว่าที่รายได้ค่าธรรมเนียมไตรมาสถัดไปจะยืนยันได้ทัน นั่นคือสัญญาณให้ทบทวนก่อนตัดสินใจ

Link copied