LHFG กำไรพุ่ง 37.3%|NPL ขยับ 5 ไตรมาสติด ใกล้เพดาน 3%
กำไรพุ่ง 37% แต่หนี้เสียขยับ 5 ไตรมาสติด
แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป หรือ LHFG รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2569 ที่ 1,538.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้นทั้งกลุ่ม ตัวเลขนี้ดูเหมือนเป็นข่าวดีชัดเจน แต่ในรายงานเดียวกัน อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้กลับขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 มาอยู่ที่ 2.56% ใกล้เพดานที่ธนาคารเองตั้งไว้ไม่เกิน 3% คำถามคือกำไรที่โตแรงขนาดนี้มาจากธุรกิจที่แข็งแรงขึ้นจริง หรือมาจากการตั้งสำรองที่ลดลงในจังหวะที่คุณภาพสินทรัพย์กำลังอ่อนตัว
จุดที่ขัดกับภาพกำไรโตคือ อัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสียลดลงจากราว 200% เหลือ 144% ในช่วงเดียวกัน ผู้บริหารยอมรับว่าครึ่งปีแรกยังตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 10% เป็น 500 ล้านบาท และคาดว่าจะลดลงในครึ่งปีหลัง นั่นหมายความว่ากันชนที่เคยหนาสำหรับรองรับหนี้เสียกำลังบางลง ในจังหวะที่ NPL ยังไม่หยุดขยับขึ้น
เดิมพัน FDI ไต้หวัน ตัวเร่งกำไรครึ่งปีหลัง
สิ่งที่ผู้บริหาร LH Bank วางเป็นเครื่องยนต์หลักของครึ่งปีหลังคือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งเติบโต 27% ในครึ่งปีแรก จากยอด 2 หมื่นล้านบาทปลายปีก่อน ขึ้นมาอยู่ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าแตะ 3 หมื่นล้านบาทภายในสิ้นปี หรือโต 50% แรงหนุนหลักมาจาก CTBC Bank ธนาคารไต้หวันซึ่งเป็นบริษัทแม่ ที่ส่งลูกค้าไต้หวันเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง ดันรายได้ค่าธรรมเนียมจาก Trade Finance และอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นชัดเจน
แต่ผู้บริหารเองก็ยอมรับว่าบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในไทยได้นำเงินก้อนใหญ่เข้ามาแล้วในช่วงที่ผ่านมา และปีนี้เริ่มเห็นการชะลอตัว แม้เม็ดเงินยังไหลเข้าอยู่ ความต้องการสินเชื่อกำลังเปลี่ยนจากช่วงลงทุนก่อสร้างโรงงานไปสู่ช่วงผลิตและส่งออกจริง ซึ่งเป็นสินเชื่อหมุนเวียนที่ขนาดเล็กกว่าและโตช้ากว่าช่วงตั้งโรงงานใหม่ นี่คือจุดที่เป้าหมายโต 50% อาจสวนทางกับสัญญาณชะลอตัวที่ผู้บริหารพูดเอง
NIM ต่ำกว่าเป้า ตัวแปรที่ตัดสินว่าครึ่งปีหลังจะฟื้นจริงหรือไม่
ตัวเลขที่ฉายภาพขัดแย้งอีกชั้นคือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งลดลงมาอยู่ที่ 1.9% จากระดับ 2.5% เมื่อปี 2566 ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายทั้งปีที่ 2.0-2.2% ผู้บริหารเองยังตั้งความหวังไว้ที่ดอกเบี้ยนโยบายทรงตัวตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่บริษัทควบคุมเองไม่ได้ พูดง่ายๆ คือกำไรที่โต 37.3% ในวันนี้ เกิดขึ้นทั้งที่ margin หลักของธุรกิจยังต่ำกว่าเป้า แปลว่าฐานกำไรครึ่งปีแรกยังไม่ได้แข็งแรงจากการดำเนินงานหลักเต็มที่
สำหรับผู้ที่ถือหุ้น LHFG อยู่แล้ว ตัวแปรที่ต้องติดตามคือ NPL ไตรมาสถัดไป หากอัตราหนี้เสียหยุดขยับหรือเริ่มลดลงจากระดับ 2.56% พร้อมกับสินเชื่อ FDI ที่ยังโตต่อเนื่อง นั่นจะยืนยันว่ากำไรที่โตในวันนี้เป็นจุดเริ่มของการฟื้นตัวจริง แต่หาก NPL ขยับทะลุ 2.56% ต่อไปในขณะที่ coverage ratio ยังลดลง นั่นคือสัญญาณว่ากันชนกำลังบางเกินไปสำหรับความเสี่ยงที่เหลือ สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ถือหุ้นและมองว่าราคาที่ขึ้นมาแล้ว 38.89% ตั้งแต่ต้นปีน่าสนใจ ตัวชี้วัดที่ควรรอคือ NIM กลับขึ้นเหนือ 2.0% ซึ่งจะยืนยันว่ากำไรที่โตมาจากธุรกิจหลัก ไม่ใช่แค่การตั้งสำรองที่ลดลงชั่วคราว
- [thaipr.net] LHFG Reports its 1H/2026 Performance with Net Profit of Baht 1,538.6 m…
- [ryt9.com] LHFG มั่นใจผลงาน H2/69 โตเด่น ลุยสินเชื่อธุรกิจใน-ตปท. อิง FDI ไหลเข้า…
- [thestandard.co] LH Bank เดิมพันครึ่งปีหลังกับทุนต่างชาติ ดันพอร์ต FDI โต 50% แตะ 3 หมื…
- [naewna.com] โลกธุรกิจ - กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ครึ่งแรกปี 2569 กำ…