MAJOR ผู้ถือหุ้น 10% ปริศนา|ระบบ ก.ล.ต. โชว์ชื่อ แต่ SET ไม่รู้จัก

· SET

โรงหนังที่ทุกคนรู้จัก กับผู้ถือหุ้น 10% ที่ไม่มีใครเห็น

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป หรือ MAJOR แจ้งตลาดหลักทรัพย์วันนี้ว่าพบข้อมูลบุคคลปริศนาถือหุ้นเกือบ 10% ในระบบ ก.ล.ต. แต่ไม่ปรากฏในระบบทะเบียนผู้ถือหุ้นของ SET แม้แต่ชื่อเดียว ตัวเลข 10% ไม่ใช่สัดส่วนเล็กน้อย — ผู้ถือหุ้นระดับนี้มีสิทธิ์เสนอวาระในที่ประชุมผู้ถือหุ้นและมีอำนาจออกเสียงที่ส่งผลต่อการบริหารได้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใครถือหุ้น MAJOR มากเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าข้อมูลสองระบบของหน่วยงานรัฐบอกคนละเรื่องกัน

ชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" ที่ปรากฏในแบบ 246-2 ของ ก.ล.ต. ไม่ใช่ชื่อใหม่ในตลาดทุน เพราะมีรายงานว่าชื่อนี้เคยยื่นแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอย่างน้อย 5 แห่ง ตั้งแต่ปี 2561 ได้แก่ KBANK, BBL, AAV, GLS และ MAJOR โดยในทุกกรณีสัดส่วนที่รายงานอยู่ในระดับสูงและไม่พบการยืนยันในระบบ SET เลย ถ้าธุรกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นจริง มูลค่าพอร์ตของบุคคลคนนี้ต้องสูงเกินหลายหมื่นล้านบาท แต่ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นจริง คำถามที่หนักกว่าคือระบบกำกับดูแลทำงานอย่างไร

แบบ 246-2: ระบบโปร่งใสที่ตรวจสอบข้อมูลแค่ระดับหนึ่ง

แบบรายงาน 246-2 ออกแบบมาให้นักลงทุนรายงานตนเองเมื่อถือหุ้นข้ามเกณฑ์ 5% ทุกขั้น กฎหมายกำหนดให้รายงานภายใน 3 วันทำการเพื่อให้ตลาดทราบการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมได้ทันท่วงที ระบบนี้คือสิ่งที่นักลงทุนทุกคนใช้ประเมินว่าใครกำลังสะสมหุ้นอยู่

แต่ที่ผ่านมาระบบตรวจสอบแค่ว่าผู้ยื่นเป็นบุคคลที่มีตัวตนตามทะเบียนราษฎร ก.ล.ต. ยืนยันว่า "สุภาพร พิมพงษ์" ผ่านการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานข้อมูลกรมการปกครองตามขั้นตอนแล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่าธุรกรรมที่รายงานเกิดขึ้นจริง กรณี TRUE เปิดเผยช่องโหว่ชัดเจน — แบบ 246-2 ระบุว่า "สุภาพร" ถือหุ้นบุริมสิทธิของ TRUE 3.4117% แต่ TRUE ชี้แจงว่าบริษัทไม่มีหุ้นบุริมสิทธิเลยและไม่เคยเสนอขายให้แก่บุคคลทั่วไป ธุรกรรมที่ไม่มีหลักทรัพย์อ้างอิงนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง

นี่คือจุดที่ตลาดแบ่งออกเป็นสองทาง InfoQuest เขียนว่าข้อมูล 246-2 ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ "ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงสุดท้าย" และระบุว่า ก.ล.ต. ควรรัดกุมกว่านี้ ไม่ใช่ทำหน้าที่เพียงรับเอกสารแล้วเผยแพร่ ขณะที่ ก.ล.ต. ยืนยันว่าตัวตนผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนแล้วและอยู่ระหว่างสอบสวนเชิงลึก ทั้งสองฝ่ายพูดถูกพร้อมกัน — แต่นักลงทุนตอนนี้ไม่รู้ว่าควรเชื่อข้อมูลในระบบ ก.ล.ต. มากแค่ไหน ตัวเลขที่เห็นในระบบเปิดเผยข้อมูลคือสัญญาณจริงหรือสัญญาณรบกวน — และนั่นคือปัญหาที่ใหญ่กว่า MAJOR เสียอีก

สองทางแยก: ผีหุ้น หรือ นักล่าลับ

สำหรับผู้ถือหุ้น MAJOR อยู่ในปัจจุบัน ทางแยกนี้มีนัยต่างกันชัดเจน หากข้อมูลในแบบ 246-2 เป็นเพียงข้อผิดพลาดในระบบหรือการยื่นเอกสารที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง กรณีนี้จะจบลงโดยไม่มีผลต่อโครงสร้างธุรกิจของ MAJOR และราคาหุ้นไม่ควรได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง แต่ถ้าข้อมูลนั้นสะท้อนการสะสมหุ้นจริงผ่านช่องทางที่ยังตรวจสอบยาก สัดส่วน 10% ที่ไม่มีใครรู้ตัวตนของเจ้าของคือความเสี่ยงด้านการควบคุมกิจการที่จะต้องประเมินใหม่ทั้งหมด

สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่ราคาหุ้น MAJOR รายวัน แต่คือผลการสอบสวนเชิงลึกของ ก.ล.ต. ที่กำลังดำเนินอยู่ ตัวแปรที่ตัดสินว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไรมีสองด้าน หาก ก.ล.ต. ยืนยันว่าธุรกรรมไม่มีอยู่จริงและดำเนินคดีกับผู้ยื่นเอกสาร กรณีนี้กลายเป็นบทพิสูจน์ว่าระบบสามารถตรวจจับการบิดเบือนได้ และ MAJOR พ้นจากความเสี่ยงด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าการสอบสวนยืดเยื้อและ ก.ล.ต. ไม่สามารถยืนยันว่าธุรกรรมไม่ได้เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ผู้ถือหุ้นทุกคนก็ยังต้องอาศัยข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ซึ่งนั่นคือเงื่อนไขที่สร้างความไม่แน่นอนต่อ MAJOR และต่อตลาดในภาพกว้างไปพร้อมกัน

Link copied