พริมา มารีน PRM|Utilization เรือแตะ 100% ดันเป้าราคาพุ่งสู่ 12 บาท

· SET

กำไรพุ่งจาก Utilization 100%

พริมา มารีน หรือ PRM กำลังเป็นหุ้นเด่นกลุ่มขนส่งพลังงานทางทะเล หลังบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส และหยวนต้า ประเมินกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2569 อาจแตะระดับ 550 ล้านบาท ตัวเลขนี้มาจากอัตราการใช้งานเรือ FSU ทั้ง 5 ลำที่พุ่งขึ้นไปแตะ 100% จากระดับปกติเพียง 85 ถึง 95%

สาเหตุหลักคือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระตุ้นให้หลายประเทศในภูมิภาคเร่งกักเก็บน้ำมันไว้เป็นทุนสำรองความมั่นคงทางพลังงาน ความต้องการนี้ดันให้เรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเลของ PRM แทบไม่มีที่ว่างเหลือ แต่คำถามที่ตามมาคือ กำไรที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากปัจจัยตึงเครียดชั่วคราวในต่างแดน หรือเป็นแนวโน้มเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืนกว่านั้น

ข้อมูลจากบทวิเคราะห์ระบุว่ากองเรือทั้งหมด 71 ลำของ PRM ยังให้บริการได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางโดยตรง นั่นหมายความว่าธุรกิจหลักไม่ได้เผชิญความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ขณะเดียวกันเงินบาทที่อ่อนค่าลงยังเป็นแรงหนุนซ้อนอีกชั้น เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของ PRM อยู่ในสกุลดอลลาร์สหรัฐ เมื่อแปลงกลับมาเป็นบาทจึงมีมูลค่าสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ

เป้าราคาขยับ 12 บาท ปันผลหนุน

จากแนวโน้มผลประกอบการที่ชัดเจนขึ้น บล.หยวนต้าปรับราคาเป้าหมายของ PRM ขึ้นเป็น 12.00 บาท ขณะที่บล.ฟินันเซีย ไซรัสให้เป้าหมายที่ 11.70 บาท ทั้งสองแห่งอ้างอิงทั้งแนวโน้มกำไรขาขึ้นและผลจากโครงการซื้อหุ้นคืนที่ผ่านมาซึ่งลดจำนวนหุ้นในตลาดลง

นอกเหนือจากราคาเป้าหมาย นักวิเคราะห์ยังประเมินอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ PRM ในปี 2026 ไว้สูงถึง 5.6 ถึง 6.0 เปอร์เซ็นต์ ระดับนี้ถือว่าโดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มขนส่งพลังงานทางทะเลทั่วไป และทำให้ PRM น่าสนใจทั้งในมุมการเติบโตของกำไรและในมุมของนักลงทุนที่มองหากระแสเงินสดระยะยาว

บริษัทเตรียมนำเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปต่อใหม่อีก 3 ลำเข้าประจำการในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่บอกได้ว่าการเติบโตของกำไรจะต่อเนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหรือเป็นเพียงผลพวงของสถานการณ์ตึงเครียดชั่วคราว นักวิเคราะห์มองบวกว่ากำไรจะโตต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ตลอดปี แต่ตัวเลขที่แท้จริงต้องรอการยืนยันจากอัตราการใช้เรือในไตรมาสถัดไป

Link copied