กำไร บจ.ไทย Q1 นิวไฮ 3.48 แสนล้าน|SET ยังปิดลบ สัญญาณอะไร?

· SET

กำไรทุบสถิติ แต่ตลาดไม่ขยับ

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยรายงานกำไรรวมไตรมาส 1 ปี 2569 สูงถึง 3.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงขึ้น 66% จากไตรมาสก่อนหน้า ตัวเลขนี้ถือเป็นสถิติสูงสุดรายไตรมาสเท่าที่เคยบันทึกมา

วันเดียวกับที่ตัวเลขนี้ปรากฏ SET Index ปิดที่ลบ 1.05 จุด

ตลอดการซื้อขายวันนี้ แรงซื้อสลับแรงขายสะท้อนภาพที่ไม่ตรงกับพื้นฐานที่ประกาศออกมา ภาคเช้า ดัชนีร่วงลงถึง 4.01 จุดจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และ DELTA ก่อนที่กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมจะช่วยพยุงภาคบ่าย บล.ทีทีบีเวลธ์เผยว่ากลุ่มที่ไม่เกี่ยวกับพลังงานยังคงรักษาอัตรากำไรได้ด้วยการลดต้นทุน แต่กำลังซื้อเริ่มชะลอตัวชัดเจน ขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิผ่าน NVDR เน้นหนักที่ KBANK ถึง 660 ล้านบาท สวนทางกับทิศทางดัชนีที่ยังติดลบ

ตัวเลขกำไรนิวไฮ 3.48 แสนล้านบาทนั้นไม่ได้ดึงดัชนีขึ้นได้ เพราะแรงหนุนส่วนใหญ่มาจากกลุ่มพลังงาน — กลุ่มเดียวกับที่ถูกขายหนักในวันนี้ มีข้อสังเกตว่าโรงกลั่นน้ำมันบางรายบันทึกกำไรพุ่งเกิน 900% ในไตรมาสนี้ แต่ภาคการเมืองเริ่มส่งสัญญาณตั้งคำถามกับพฤติกรรมการตั้งราคาเชื้อเพลิง ซึ่งกดทับ sentiment ของหุ้นกลุ่มนี้ทันทีที่ตัวเลขกำไรออกมา

กำไรนิวไฮที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจึงถูกตลาดอ่านว่า "ไม่ยั่งยืน" มากกว่า "แข็งแกร่ง" — แต่นั่นยังไม่ใช่คำอธิบายที่สมบูรณ์

สองชั้นของตลาด ที่กำไรนิวไฮไม่สามารถเชื่อมถึงกัน

เหตุที่กำไรนิวไฮไม่แปลงเป็นราคาหุ้นมีกลไกที่ซับซ้อนกว่าแค่แหล่งที่มาของกำไร ธนาคารแห่งประเทศไทยแถลงวันเดียวกันว่าสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวเพียง 0.2% — พลิกบวกครั้งแรกในรอบ 2 ปี แต่แรงขับมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนรับมือสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่สินเชื่อ SME และสินเชื่อครัวเรือนยังหดตัวต่อเนื่อง

ตัวเลขนี้บอกว่ากำไรนิวไฮของ บจ.ขนาดใหญ่กับเศรษฐกิจฐานรากเป็นคนละโลกกัน บล.KGI ปรับเป้า SET ขึ้นเป็น 1,632 จุดโดยอ้างพื้นฐานกำไรที่แข็งแกร่ง แต่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปีที่ยังทรงตัวในระดับ 4.6% กดเพดาน risk appetite ของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ เงินทุนที่ไหลเข้าหุ้นไทยในช่วงสั้นจึงเน้นเก็งกำไรมากกว่าลงทุนในพื้นฐาน

บล.CGSI ประเมินกรอบ SET วันนี้ไว้ที่ 1,500–1,530 จุด ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังไม่ยอม reprice หุ้นให้สอดคล้องกับกำไรที่ออกมาดี คำถามคือ เงื่อนไขใดที่จะทำให้ reprice เกิดขึ้น — และคำตอบชี้ไปที่ตัวแปรที่ยังไม่คลี่คลาย

ขณะที่ตลาดรอข้อสรุปนั้น รัฐบาลกำลังผลักดันมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เข้า ครม.วันนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะหนุน CPALL และกลุ่ม Domestic Consumption — แต่มาตรการนี้ก็คือการตอบรับว่าเศรษฐกิจฐานรากยังอ่อนแอพอที่จะต้องการแรงอัดฉีดเพิ่ม นั่นเองที่ทำให้ตลาดไม่สามารถ reprice ขึ้นได้ด้วยกำไรนิวไฮเพียงอย่างเดียว

กำไร Q2 จะยืนยันหรือพลิกภาพ

คำถามที่ค้างอยู่จากชั้นที่สองคือ: หากกำไรนิวไฮของ Q1 ขับเคลื่อนด้วยราคาน้ำมันที่พุ่ง และ Q2 มีตัวแปรที่ทรัมป์ระงับโจมตีอิหร่านชั่วคราวจนราคาน้ำมันโลก WTI ร่วง 2% ในวันเดียว กลุ่มพลังงานจะยังค้ำกำไรรวมไว้ได้หรือไม่

บล.ทีทีบีเวลธ์ระบุว่าแนวโน้มกำไร Q2–Q3 ของกลุ่มโรงแรมและสายการบินน่าสนใจจากฤดูกาล แต่สายการบินกลับต้องรับมือต้นทุนน้ำมันที่ยังสูง สมาคมสายการบินเอเชียเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือแล้ว ตัวเลข 3.48 แสนล้านบาทจึงอาจเป็นจุดสูงสุดของวัฏจักรนี้ มากกว่าจะเป็นพื้นฐานใหม่

เงื่อนไขที่จะทำให้ตลาดยอมรับ reprice SET ขึ้นสู่แนวต้าน 1,530 จุดและไกลกว่านั้นคือ: สินเชื่อ SME ต้องพลิกบวกได้ภายใน Q2 เพื่อพิสูจน์ว่าการเติบโตของกำไรกระจายออกจากกลุ่มพลังงาน และบอนด์ยีลด์สหรัฐต้องปรับลงจากระดับ 4.6% เพื่อเปิดพื้นที่ให้ capital flow กลับมาหาหุ้นเอเชีย

ในทิศทางตรงข้าม หากการเจรจาสหรัฐ–อิหร่านล้มเหลวและราคาน้ำมันกลับพุ่งเกิน 110 เหรียญ กลุ่มพลังงานจะรายงานกำไร Q2 สูง แต่ภาคการเมืองจะเพิ่มแรงกดดันจากประเด็นราคาเชื้อเพลิง ซึ่งจะสร้างความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่กดดัน sentiment ต่อเนื่อง

ตัวเลขที่ต้องติดตามคือ ตัวเลขสินเชื่อ SME ไตรมาส 2 ที่ธปท.จะแถลงปลาย Q2 นี้ หาก SME ยังหดตัว กำไรนิวไฮ 3.48 แสนล้านของ Q1 จะไม่ใช่สัญญาณฟื้นตัว แต่จะกลายเป็นหลักฐานว่าตลาดหุ้นกับเศรษฐกิจจริงยังแยกออกจากกัน

Link copied