SCB 3.39% รับ GDP ปรับขึ้น|สินเชื่อ Q2 โตต่ำ งบยังไม่ยืนยัน

· SET

บทที่ 1: ราคา SCB วิ่งก่อนงบ — GDP ปรับขึ้นทำให้ตลาดซื้อแบงก์แผง

ธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB พุ่งขึ้น 5 บาท มาที่ 152.50 บาท คิดเป็น +3.39% ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 3,854 ล้านบาท ภาพที่ขัดตาคือทั้งกลุ่มแบงก์ขึ้นพร้อมกันในวันเดียว โดยไม่มีผลประกอบการรายบริษัทออกมาสนับสนุน แรงซื้อมาจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับประมาณการ GDP ปี 2569 จาก 1.5% ขึ้นเป็น 2.3% ซึ่งทำให้บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ตัดสินใจปรับเพิ่มประมาณการกำไรของกลุ่มธนาคารขึ้น 6% ต่อปีในปี 2569 และ 2570 พร้อมปรับประมาณการสินเชื่อขึ้นเป็น 2.7% ในปี 2569 และ 4% ในปี 2570 ตัวเลขเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของคำถามที่แท้จริง GDP ที่ดีขึ้นจะแปลงเป็นกำไรธนาคารได้เร็วแค่ไหน และเส้นทางนั้นตรงหรือมีอุปสรรค บล.CGSI เองที่ยกให้ SCB และ KBANK เป็น Top Pick กลับยังคงน้ำหนักการลงทุนที่ Neutral ในกลุ่มแบงก์โดยรวม ความขัดแย้งนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่คือโครงสร้างของปัญหาที่ต้องคลี่ออก

บทที่ 2: ความขัดแย้งใต้ผิวน้ำ — สินเชื่อ Q2 บอกอะไรที่ GDP ไม่ได้บอก

CGSI ระบุชัดว่าสินเชื่อกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตในระดับต่ำ แรงขับเคลื่อนส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยและรถยนต์ยังอ่อนตัว สะท้อนกำลังซื้อครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้น ข้อมูลนี้ขัดกับราคาหุ้นที่ขึ้นราวกับว่ากำไร Q2 จะดีเกินคาด จุดนี้คือแก่นของความขัดแย้ง GDP ที่ปรับขึ้นสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารขึ้นอยู่กับปริมาณสินเชื่อและส่วนต่างดอกเบี้ย ถ้าสินเชื่อโตต่ำ GDP ที่ดีขึ้นก็ไม่ได้แปลงตรงๆ เป็นกำไรธนาคารในทันที SCB EIC เองยังเตือนว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นในลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ปานกลางและ SME ยังเปราะบาง ซึ่งกลุ่มหลังคือฐานลูกค้าสินเชื่อรายย่อยของธนาคาร ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่ว่าธนาคารจะขาดทุน แต่คือตลาดซื้อล่วงหน้าไปแล้วในราคาที่สมมติว่ากำไรจะเติบโตตาม GDP ทันที

บทที่ 3: NIM และ Wealth Management — กลไกที่แท้จริงที่จะตัดสิน SCB

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ชี้ว่ากุญแจสำคัญของการฟื้นตัวกำไรแบงก์ในครึ่งปีหลังคือ NIM หรืออัตรากำไรสุทธิจากดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังวงจรลดดอกเบี้ยสิ้นสุดลงและต้นทุนเงินฝากลดตามการปรับอัตราดอกเบี้ย ถ้าเป็นเช่นนั้น SCB จะได้ประโยชน์สองทาง ทั้งจาก NIM ที่ดีขึ้นและจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth Management ที่ CGSI ระบุว่ายังเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่ตลาดหุ้นฟื้น SCB WEALTH ยังเพิ่งเปิดตัวกลยุทธ์ Go Global ให้ลูกค้าลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศผ่านช่องทาง Offshore เพื่อดึงรายได้ค่าธรรมเนียมสายใหม่ อย่างไรก็ตามตัวแปรที่จะพิสูจน์ว่า NIM ฟื้นหรือไม่อยู่ที่ต้นทุนทางการเงินจริงที่ลดลงมากพอหรือเปล่า และอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากที่ต้องปรับขึ้นเพื่อดันกำไรต่อหน่วย สองตัวเลขนี้ไม่ได้เปิดเผยจนกว่างบ Q2 จะออก ผู้ที่ถือ SCB ในราคา 152 บาทกำลังเดิมพันว่าสองตัวแปรนี้จะเป็นบวก โดยยังไม่มีข้อมูลยืนยัน

บทที่ 4: จุดตัดสิน — สิ่งที่ต้องดูก่อนงบ Q2/69

งบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 ของ SCB ที่คาดว่าจะประกาศปลายเดือนกรกฎาคม 2569 คือจุดตรวจสอบหลักที่จะยืนยันหรือหักล้างการวิ่งของราคา แต่ตัวแปรที่ตัดสินมีสัญญาณก่อนงบ สองตัวที่ควรจับตา คือ อัตราการเติบโตของสินเชื่อรายเดือนที่ธปท. จะรายงาน และข้อมูลการไหลของเงินต่างชาติในกลุ่มแบงก์ หากต่างชาติยังขายสุทธิในกลุ่มแบงก์ขณะที่นักลงทุนสถาบันไทยเป็นฝ่ายซื้อ ภาพนั้นบ่งชี้ว่าแรงซื้อเป็น domestic rotation ไม่ใช่ conviction buy ทั้งตลาด ซึ่งมีโอกาสพลิกกลับเมื่องบออก สำหรับผู้ถือ SCB ที่ระดับ 152.50 บาท SCB กลายเป็นโอกาสเพิ่มถ้างบ Q2 แสดง NIM ปรับขึ้นและสินเชื่อสุทธิเติบโตตามที่โบรกคาด แต่กลายเป็นกับดักถ้างบ Q2 สะท้อนสินเชื่อโตต่ำและ NIM ทรงตัวโดยไม่ฟื้น ตัวแปรที่ต้องดูก่อนตัดสินใจคือข้อมูลสินเชื่อรายเดือนของธปท. ที่จะออกก่อนงบ — ถ้าสินเชื่อเดือนมิถุนายนยังอ่อน การที่ราคาวิ่งไปแล้ว 3.39% คือต้นทุนที่ตลาดจ่ายล่วงหน้าเกินจริง

Link copied