SCB กำไร Q2 ร่วง 24%|กลุ่มแบงก์รับ Fund Flow 2.6 หมื่นล้าน

· SET

Fund Flow ต่างชาติ 2.6 หมื่นล้าน — กลุ่มแบงก์นำตลาด แต่ SCB อยู่ตรงไหน

ธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB ปิดตลาดวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ 153 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท พร้อมกับกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวขึ้น 7.6% ในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม

แรงที่ผลักดันกลุ่มแบงก์ขึ้นมาไม่ใช่ข่าวพื้นฐานของแต่ละธนาคาร แต่คือเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิ 2.6 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์เดียว สูงสุดในรอบ 20 สัปดาห์ และใกล้เคียงกับระดับหลังการเลือกตั้ง

เม็ดเงินนี้มาจาก Active Long-only Funds ที่เทขายหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียและหมุนเข้าหุ้นคุณค่า โดยเลือก "กลุ่มธนาคาร" เป็นเป้าหมายแรก เพราะเป็นตัวแทนเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัว ให้ปันผลสูง 5.9% และซื้อขายที่เพียง 0.94 เท่า PBV

SCB ขึ้นไปพร้อมกลุ่ม — แต่ภาพพื้นฐานที่กำลังจะปรากฏอีกไม่กี่วันข้างหน้ากำลังตั้งคำถามกับการขึ้นครั้งนี้

กำไร Q2 SCB: ลดลง 24.1% — ทิ้งห่างทุกธนาคารในกลุ่ม

บล.กรุงศรีประเมินกำไรสุทธิ SCB ไตรมาส 2/2569 ไว้ที่ 9,700 ล้านบาท ลดลง 24.1% จากปีก่อน และลดลง 4.9% จากไตรมาสก่อน — ตัวเลขที่ต่ำที่สุดในบรรดา 7 ธนาคารที่ศึกษา

เพื่อเทียบให้เห็นความต่าง: KBANK คาดกำไร 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากปีก่อน และ KTB คาด 11,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% — ทั้งสองได้รับการแนะนำให้ซื้อโดย KKPS และอยู่ในหุ้น Top Pick ของกลุ่ม

ตรงนี้คือจุดที่ consensus ซ่อนความเสี่ยงไว้ ตลาดซื้อ "กลุ่มแบงก์" รวมถึง SCB ด้วยแรงส่งของ fund flow — แต่ fund flow ไม่ได้ไหลเข้า SCB โดยเฉพาะ มันไหลเข้ากลุ่มในฐานะ sector play ขณะที่ตัวเลข earnings จริงกำลังจะแยก SCB ออกจากกลุ่ม

สาเหตุที่กำไร SCB ลดหนักกว่าคู่แข่งมาจากสองปัจจัยซ้อนกัน: รายได้ดอกเบี้ย (NII) ที่หดตัวจาก NIM ที่ลดลง และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ยังไม่ฟื้น ต่างจาก KBANK ที่ Wealth Management ช่วยหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมให้เติบโต 20% จากปีก่อน

กลุ่มแบงก์ขึ้น 7.6% ไม่ได้แปลว่า SCB ขึ้นอย่างมีพื้นฐานรองรับ — มันแปลว่า SCB ถูกยกขึ้นมาพร้อมกับคลื่น ซึ่งต่างกัน

NIM 2.48% — กับดักที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลข Re-rating

NIM ของกลุ่มแบงก์ไตรมาส 2/2569 คาดอยู่ที่ 2.48% ลดลงจาก 2.88% ในปีก่อนและ 2.55% ในไตรมาสแรก — เส้นขาลงที่ยังไม่แสดงสัญญาณพลิกกลับ

KKPS มองว่าไตรมาส 2 จะเป็น "จุดต่ำสุดของ NIM" และหลังจากนั้น ถ้าดอกเบี้ยหยุดลงและสินเชื่อฟื้น กลุ่มแบงก์จะมีอัปไซด์ถึง 30% สมมติฐานนี้คือสิ่งที่ fund flow กำลังซื้อล่วงหน้าอยู่

แต่สมมติฐาน "NIM จะเป็น floor ที่ Q2" ต้องมีเงื่อนไข: อัตราดอกเบี้ยนโยบายต้องไม่ถูกปรับลดอีก และการขยายสินเชื่อต้องไม่กระจุกตัวในกลุ่มความเสี่ยงต่ำที่ yield ต่ำอีก

สำหรับ SCB โดยเฉพาะ ช่องว่างคือรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ถ้า Wealth Management และธุรกิจประกันไม่ฟื้น การที่ NIM หยุดลงอาจยังไม่พอเพื่อให้กำไร Q3 กลับมาแข่งกับ KBANK ได้

ตลาดกำลังให้ราคา SCB เสมือนกับว่าเงื่อนไขเหล่านี้จะสำเร็จทั้งหมด — ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานจากงบจริงแม้แต่งบเดียว

14 กรกฎาคม: งบ TISCO เปิดม่าน — ผู้ถือและผู้รอซื้อดูตัวเลขใด

TISCO ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เป็นธนาคารแรกในกลุ่ม และตัวเลขนั้นจะเป็นสัญญาณแรกว่า NIM ของกลุ่มจะเป็น floor จริงหรือไม่

สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่ตัวกำไรของ TISCO โดยตรง แต่คือ NIM outlook ที่ผู้บริหารให้ forward guidance และ credit cost ที่ 128 bps ที่โบรกคาดไว้ว่าจะลดลงจาก 138 bps ในไตรมาสก่อน

ถ้า TISCO รายงาน NIM ดีกว่าคาดและ credit cost ต่ำกว่า 128 bps จะเปลี่ยน narrative ทั้งกลุ่มในทันที — กลุ่มแบงก์จะมีแรงส่งอีกรอบ และ SCB อาจถูกยกขึ้นไปอีกพร้อมคลื่น

แต่ถ้า NIM ยังไม่หยุดลดและ credit cost ไม่ลด fund flow ที่ซื้อล่วงหน้าสมมติฐานอาจเริ่มไหลออก และ SCB ซึ่งมีพื้นฐาน Q2 อ่อนแอสุดในกลุ่มจะรับแรงกดดันมากกว่าธนาคารอื่น

สำหรับผู้ถือ SCB อยู่ในขณะนี้: สิ่งที่ควรดูไม่ใช่ราคาหุ้นที่ขึ้นมาพร้อมกลุ่ม แต่คือ Non-NII ของ SCB ในงบ Q2 จริงที่จะตามออกมาหลัง TISCO — ถ้า Wealth Management และธุรกิจประกันยังไม่สร้าง upside เทียบ KBANK fund flow ที่ดูเหมือนหนุน อาจไม่ได้ค้ำราคาในระยะยาว

สำหรับผู้ที่กำลังรอซื้อ SCB ตาม sector wave: จุดที่ให้ราคาเข้าได้อย่างมีหลักฐานคืองบ Q2 จริงของ SCB ที่แสดง Non-NII ฟื้นและ NIM ไม่ลดต่อ — ถ้าเงื่อนไขนั้นไม่ปรากฏ การที่ราคา SCB ขึ้นมาพร้อมกลุ่มกลายเป็นกับดักของ sector rotation ไม่ใช่โอกาส

Link copied