SCBX กำไรทรุด 13%|ทำไมยังไม่ใช่หุ้นเด่นกลุ่มแบงก์

· SET

กำไรลด 13% แต่หุ้นไม่ร่วงตาม

เอสซีบีเอ็กซ์ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนกลับลดลงถึง 13.1% ตัวเลขสองทิศทางในตัวเลขเดียวคือจุดที่ทำให้ตลาดตีความไม่ตรงกัน

ขณะเดียวกันสื่อการเงินพาดหัวตรงไปตรงมาว่า KBANK, BAY และ KKP กำไรครึ่งปีแรกพุ่ง สวนทางกับ SCB ที่กำไรทรุด วางเอสซีบีเอ็กซ์ไว้ในตำแหน่งธนาคารที่แพ้กลุ่มธนาคารใหญ่ในรอบนี้อย่างชัดเจน

แต่ถ้ารายได้หลักของธนาคารคือดอกเบี้ยสุทธิกำลังลดลงจริง คำถามที่ต้องตอบคือกำไรไตรมาสนี้ที่ยังโตจากไตรมาสก่อนถูกพยุงไว้ด้วยอะไร นี่คือจุดที่ตัวเลขหัวข่าวกับโครงสร้างรายได้จริงเริ่มขัดกัน

โครงสร้างรายได้ที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขทรุด

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มอยู่ที่ 27,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.0% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 10.2% เมื่อเทียบปีก่อน สะท้อนแรงกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิที่หดตัวตามทิศทางดอกเบี้ยขาลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568

สิ่งที่พยุงกำไรไตรมาสนี้ไม่ใช่ธุรกิจธนาคารดั้งเดิม แต่คือรายได้ค่าธรรมเนียมที่โต 14.8% จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และกำไรจากเงินลงทุนที่พุ่งขึ้น 349.1% จากไตรมาสก่อน จากพอร์ตลงทุนของธนาคาร

พูดอีกแบบคือกำไรไตรมาสนี้ที่ดูเหมือนฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ไม่ได้มาจากธุรกิจธนาคารหลักที่แข็งแรงขึ้น แต่มาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยซึ่งผันผวนตามภาวะตลาดในแต่ละไตรมาส เป็นการปิดจุดอ่อนเชิงโครงสร้างด้วยรายได้ที่ไม่แน่นอน

คุณภาพสินทรัพย์ยังดี แต่โบรกยังไม่เลือก

ด้านคุณภาพสินทรัพย์กลับไม่ได้แย่ลงตามที่หัวข่าวชี้นำ อัตราหนี้เสียลดลงเหลือ 3.17% จาก 3.23% ในไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสียยังแข็งแกร่งที่ 158.6% และเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.6%

นี่คือความย้อนแย้งที่บทวิเคราะห์กลุ่มธนาคารไม่ได้พูดตรงๆ งบไตรมาสนี้ของเอสซีบีเอ็กซ์ไม่ได้อ่อนแอในเชิงคุณภาพสินทรัพย์เลย แต่บทวิเคราะห์จากยูโอบี เคย์เฮียน และ KSS กลับยังคงเลือก KBANK, KTB และ KKP เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยไม่มีชื่อเอสซีบีเอ็กซ์ในตัวเลือกหลัก

เหตุผลที่บทวิเคราะห์ให้น้ำหนักคือปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่จูงใจ ไม่ใช่คุณภาพสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว นั่นหมายความว่าตลาดกำลังให้คะแนนธนาคารจากความมั่นคงของฐานกำไรดอกเบี้ยเป็นหลัก ไม่ใช่จากงบดุลที่แข็งแรง

ตัวแปรที่ผู้ถือหุ้นต้องจับตาต่อจากนี้

สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม เงื่อนไขที่ทำให้ไตรมาสนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนไม่ใช่ตัวเลขกำไรรวม แต่คือรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากการลงทุนต้องโตต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป หากทำได้จริง นั่นคือสัญญาณว่าโครงสร้างรายได้กำลังปรับตัวออกจากธุรกิจดอกเบี้ยได้สำเร็จ

ในทางกลับกัน หากไตรมาสหน้ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังลดลงต่อเนื่องแบบไตรมาสนี้ แต่ไม่มีรายได้ค่าธรรมเนียมหรือกำไรลงทุนมาชดเชยเหมือนครั้งนี้ กำไรรวมจะกลับไปทรุดตามทิศทางเดิม และภาพลักษณ์หุ้นแพ้กลุ่มจะกลายเป็นข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การอ่านข่าวพาดหัว

ก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดสัดส่วน ทั้งผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่เฝ้าดูควรติดตามตัวเลขรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากการลงทุนในไตรมาสถัดไปเป็นหลัก เพราะนั่นคือตัวแปรเดียวที่จะบอกว่าไตรมาสนี้เป็นจุดเริ่มของการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง หรือเป็นเพียงไตรมาสที่โชคดีจากตลาดการลงทุน

Link copied