SCBx ขาย Robinhood ยอมแพ้ Moonshot|Virtual Bank 2569 คือไพ่ใบเดิมหรือการเริ่มใหม่?

· SET

บทที่ 1 — ฝันใหญ่ที่ราคาแพง: SCBx กับ Moonshot Projects ที่ยอมรับแล้วว่าล้มเหลว

ย้อนกลับไปปี 2564 ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศเปลี่ยนตัวเองจากธนาคารเป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน ตั้ง SCBx เป็นบริษัทแม่ พร้อมประกาศทุ่มทุนใน Moonshot Projects ทั้ง Robinhood ฟู้ดดีลิเวอรี่ ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ Fintech สตาร์ทอัปอีกนับสิบราย ตลาดเชียร์และราคาหุ้นวิ่ง

แต่สัปดาห์นี้ภาพนั้นพลิกกลับอย่างสิ้นเชิง

SCBx ประกาศขาย Robinhood คืนให้พันธมิตร พร้อมปรับกลยุทธ์เทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่บอกตรงว่า "ลดการลงทุนใน Moonshot Projects" และ "หันกลับเน้น Core Banking" ในเวลา 4-5 ปี SCBx ยอมรับโดยปริยายว่าการเดิมพันครั้งนั้นไม่ได้ผลตามที่หวัง

Robinhood เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุด แพลตฟอร์มดีลิเวอรี่ที่ SCBx ทุ่มทุนหลายพันล้านบาทสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งกับ Grab, LINE MAN และ Foodpanda แต่ในตลาดที่ผู้เล่นหลักมี network effect แข็งแกร่งอยู่แล้ว การเข้ามาของผู้มาใหม่ที่มีเงินแต่ไม่มีฐานผู้ใช้สุดท้ายก็แพ้ยาก แม้นโยบายไม่เก็บค่า GP จะแตกต่าง แต่ก็ยังพลิกตัวเลขขาดทุนไม่ได้

นักวิเคราะห์หลายแห่งชี้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวก ผู้บริหารกล้ายอมรับความผิดพลาดและเลือก "หยุดเลือดออก" แทน "เติมเงินไปเรื่อยๆ" แต่คำถามสำคัญที่นักลงทุนต้องตอบคือ การสูญเสียเงินลงทุนเหล่านั้นส่งผลต่องบดุลและความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของ SCB มากแค่ไหน

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือแม้จะผ่านช่วง Moonshot ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ธนาคารไทยพาณิชย์ตัวธนาคารยังทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นหมายความว่าธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง และการ "กลับบ้าน" ครั้งนี้อาจไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการปรับพอร์ตอย่างมีเหตุผล

สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือตัวเลขที่แท้จริงของการขาดทุนจาก Moonshot Projects ทั้งหมดยังไม่ได้ถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์ในงบการเงิน และผลกระทบต่อ Book Value ที่แท้จริงอาจยังมีอยู่ สมมติฐานที่ตลาดส่วนหนึ่งใช้คือ "SCBx ยอมรับความผิดพลาด = ปัญหาจบแล้ว" แต่นั่นข้ามขั้นตอนที่ยังไม่เสร็จ ได้แก่ การตั้งสำรอง การ write-down และผลกระทบต่อ Q2/2569

บทที่ 2 — Virtual Bank: ไม่ใช่ Moonshot แต่เป็นการเดิมพันที่คิดมาแล้วรอบคอบกว่า

ท่ามกลางการถอยจาก Moonshot Projects มีโครงการหนึ่งที่ SCBx ยังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง นั่นคือ Virtual Bank ที่ CEO ยืนยันหนักแน่นว่าจะเปิดให้บริการภายในสิ้นปี 2569 อย่างแน่นอน

Virtual Bank ต่างจาก Robinhood อย่างไร นั่นคือคำถามที่สำคัญ

ข้อแรก — Virtual Bank อยู่ในธุรกิจที่ SCBx มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างแท้จริง คือธุรกิจธนาคาร ต่างจาก Food Delivery ที่ SCBx เป็นคนนอกพยายามบุกตลาด

ข้อสอง — Virtual Bank มีพันธมิตรระดับโลก ได้แก่ Kakao Bank จากเกาหลีใต้ซึ่งมีฐานผู้ใช้กว่า 23 ล้านรายในประเทศที่มีประชากร 51 ล้านคน และ WeBank จาก Tencent ซึ่งเป็น Digital Bank ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การดึงพันธมิตรระดับนี้มาร่วมแสดงว่าโมเดลธุรกิจผ่านการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญจริง

ข้อสาม — ธนาคารแห่งประเทศไทยออกใบอนุญาต Virtual Bank เพียง 3 รายเท่านั้น SCBx เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งหมายความว่านี่ไม่ใช่การแข่งขันแบบ Red Ocean อีกต่อไป แต่เป็นสัมปทานที่หายากในอุตสาหกรรมที่มีกำแพงกฎระเบียบสูงมาก

ตามแผน Virtual Bank จะให้บริการเงินฝากและสินเชื่อในระยะแรก เน้นกลุ่มที่ธนาคารแบบดั้งเดิมยังเข้าไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานอิสระ แรงงานข้ามชาติ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีประวัติสินเชื่อ โดยใช้ระบบประเมินความน่าเชื่อถือแบบใหม่ที่วิเคราะห์จาก behavioral data แทนที่จะใช้แค่ pay slip หรือ statement ธนาคาร ซึ่งเป็นโมเดลที่ Kakao Bank ใช้แล้วได้ผลในเกาหลีใต้

ความท้าทายที่แท้จริงของ Virtual Bank ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการสร้างความเชื่อใจจากผู้ฝากเงิน เพราะธนาคารไร้สาขาหมายความว่าเมื่อมีปัญหาก็ไม่มีที่ให้ไปร้องเรียน CEO พูดตรงว่าต้องใช้เวลา ไม่ใช่เปิดปุ๊บสำเร็จปั๊บ

สำหรับนักลงทุน Virtual Bank เป็นตัวแปรที่น่าจับตาในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ถ้าทำได้ตามแผนจะเพิ่ม addressable market ให้ SCBx อย่างมีนัยสำคัญ แต่ถ้าล่าช้าหรือสร้างฐานผู้ใช้ไม่ได้เร็วพอ ต้นทุนการดำเนินงานของ Virtual Bank จะกลายเป็น drag ต่อกำไรรวม ซึ่งหมายความว่า timeline สิ้นปี 2569 คือจุดตรวจสอบแรก

บทที่ 3 — SCBX 10 ปีบนสนาม Digital Asset: Cross-Border 9,000 ล้านดอลลาร์ ได้คุ้มหรือยังมีรูรั่ว?

ขณะที่ Robinhood กำลังถูกขายออกและ Moonshot Projects กำลังถูกตัด มีธุรกิจหนึ่งของ SCBx ที่ไม่ได้รับผลกระทบ นั่นคือ Digital Asset และ Blockchain ซึ่ง SCBx ลงทุนมาตั้งแต่ปี 2559 และยังคงเดินหน้าในฐานะโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

บนเวที Southeast Asia Blockchain Week 2026 กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer ของ SCBx เล่าว่าการเดินทางในสนาม Digital Asset เริ่มจากการลงทุนใน Ripple ตั้งแต่ Series B ในปี 2559 เมื่อทั่วโลกยังไม่แน่ใจว่า Blockchain จะไปได้ไกลแค่ไหน

จากนั้น SCBx นำ RippleNet มาเชื่อมกับระบบ Cross-Border Payment และปัจจุบันรองรับธุรกรรมรวมกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุม 27 เส้นทางการโอนเงินทั่วโลก มีผู้ใช้งานกว่า 16 ล้านรายบน SCB EASY

ผ่าน SCB 10X ซึ่งเป็น Venture Capital ของกลุ่ม SCBx ได้ลงทุนในบริษัท Web3 และ Blockchain ชั้นนำระดับโลก อาทิ Fireblocks, Anchorage Digital, SBI Digital Markets และ Talos รวมมูลค่ากองทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเหล่านี้ฟังดูน่าประทับใจ แต่คำถามที่นักลงทุนต้องถามคือผลตอบแทนที่ได้กลับมาคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปหรือไม่

ในแง่ธุรกิจ Digital Asset ของ SCBx มีทั้ง SCB 10X ที่ลงทุนใน Crypto Portfolio ซึ่งมูลค่าผันผวนตามตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และฝั่ง RippleNet ที่มีรายได้จาก Cross-Border Payment ที่จับต้องได้จริง

ประเด็นน่าสนใจที่นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นคือในขณะที่ SCBx ประกาศถอยจาก Moonshot Projects แต่ Digital Asset ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ยังคงเดินหน้า" นั่นอาจเป็นเพราะ Digital Asset มีรายได้จาก Cross-Border Payment ที่จับต้องได้จริง ต่างจาก Robinhood ที่ขาดทุนล้วนๆ

อย่างไรก็ตาม Portfolio ของ SCB 10X มีความเสี่ยงสูงตามธรรมชาติของตลาด Crypto ที่ผันผวน และนักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่มีภาพที่ชัดเจนว่า Unrealized Gain หรือ Loss ในส่วนนี้อยู่ที่ระดับใด นี่คือ "ความโปร่งใส" ที่ตลาดยังขาด และอาจเป็นส่วนหนึ่งที่กดให้ P/BV ของ SCBx ต่ำกว่าคู่แข่ง

บทที่ 4 — P/BV 0.8x: ถูกจริงหรือ Discount ที่สมเหตุสมผล? สรุปกรอบการประเมิน

หลังจากวิเคราะห์ครบทั้ง 3 มิติ ไม่ว่าจะเป็นบทเรียน Moonshot, แนวโน้ม Virtual Bank และสถานะ Digital Asset ก็ถึงเวลาตอบคำถามสุดท้ายที่นักลงทุนทุกคนอยากรู้ ราคาหุ้น SCB ที่เทรดอยู่ที่ P/BV ประมาณ 0.8 เท่านั้น "ถูก" หรือยัง

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า P/BV 0.8x ของ SCB ถูกกว่าคู่แข่งอย่าง KBANK ที่เทรดอยู่ที่ P/BV ประมาณ 1.1x อย่างมีนัยสำคัญ และถ้า SCBx สามารถลด Fintech Exposure ที่ขาดทุนออกได้สำเร็จ Book Value ที่แท้จริงจะสะอาดขึ้น ทำให้ P/BV จริงอาจต่ำกว่า 0.8x ด้วยซ้ำ

แต่ฝั่งที่มองความเสี่ยงชี้ว่า P/BV ที่ต่ำนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตลาดกำลังตั้งคำถามกับ SCBx ว่าโครงสร้างบริษัทที่ซับซ้อนขึ้นมาก ทั้งการมี SCBx เป็นบริษัทแม่ ธนาคาร SCB SCB 10X InsureX และ Virtual Bank อีกตัว ทำให้การประเมินมูลค่าทำได้ยาก และ transparency น้อยกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม

ประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาในช่วงนี้มี 3 เรื่อง

หนึ่ง ตัวเลข write-down จาก Moonshot Projects การขาย Robinhood จะบันทึกในงบการเงินอย่างไร ถ้ามีการตั้งสำรองหรือบันทึกผลขาดทุนจากการขายกิจการ อาจกระทบกำไรในไตรมาสที่รายงาน

สอง Timeline ของ Virtual Bank ถ้าเปิดได้จริงภายในสิ้นปี 2569 ตามที่ CEO ยืนยัน จะเป็น catalyst สำคัญ แต่ถ้าล่าช้าความเชื่อมั่นของตลาดจะลดลง

สาม สภาพแวดล้อมดอกเบี้ย ในช่วงที่ตลาดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย สภาพแวดล้อมสำหรับธนาคารโดยรวมซับซ้อนขึ้น ต้นทุนเงินทุนสูง แต่ในขณะเดียวกัน NIM ก็อาจดีขึ้นถ้าสามารถ reprice สินเชื่อได้ทัน

สรุปสำหรับนักลงทุน SCB ไม่ใช่หุ้นที่ไม่มีความเสี่ยงแม้จะเทรดในราคาที่ดูถูก แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือสัปดาห์นี้ SCBx แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารกล้าตัดสินใจยาก ซึ่งในโลกลงทุนถือว่าหายาก การยอมรับความผิดพลาดและปรับทิศทาง ถ้าทำได้จริงและทันเวลาคือพื้นฐานของการฟื้นตัวในระยะยาว

สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคืองบการเงิน Q2/2569 ที่จะออกในเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่เห็นตัวเลขผลกระทบจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้อย่างชัดเจน และ Virtual Bank จะเปิดได้จริงหรือไม่ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งสองตัวแปรนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า P/BV 0.8x นั้นถูกจริงหรือถูกพอ

Link copied