SPRC ค่าการกลั่นพุ่ง 62%|รัฐจ่อคุมกำไรโรงกลั่น

· SET

SPRC บวก 6% กำไรพุ่ง 62% — แต่ตัวเลขนี้มาจากไหน

SPRC ราคาหุ้นพุ่งต่อเนื่อง 6% ในวันนี้ ขณะที่โบรกเกอร์ประเมินกำไรทั้งปี 2569 จะแตะ 4.2 พันล้านบาท เติบโตถึง 62% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขนี้ฟังดูน่าดึงดูด แต่แหล่งที่มาของกำไรก้อนนี้คือตัวแปรที่กำลังเป็นประเด็น

ค่าการกลั่น หรือ Gross Refining Margin คือส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับราคาน้ำมันดิบ ช่วงต้นปีค่านี้อยู่เพียง 2.14-2.09 บาทต่อลิตร แต่พุ่งขึ้นถึง 7.23 บาทในเดือนมีนาคม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุ ดันราคาน้ำมัน Brent กระโดด 5% แตะ 77.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความตึงเครียดรอบใหม่จากการที่สหรัฐประกาศเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขนส่งน้ำมันราว 20% ของการค้าโลก ยิ่งผลักให้ค่าการกลั่นดีเซลพุ่งสูงต่อเนื่อง

โบรกเกอร์อย่างน้อยหนึ่งรายปรับราคาเป้าหมาย SPRC ขึ้นเป็น 8.50 บาท อ้างอิง GRM ที่แข็งแกร่ง พร้อมระบุว่า SPRC มีความได้เปรียบในกลุ่มโรงกลั่น ในขณะเดียวกันวันเดียวกันนั้นเอง รมว.พลังงานเอกนัฎ ประกาศเรียกผู้ประกอบการโรงกลั่นเข้าหารือด่วน โดยมีเป้าหมายใช้กลไกโรงกลั่นและกองทุนน้ำมันเพื่อควบคุมราคาพลังงาน นี่คือสัญญาณที่นักลงทุนต้องตีความ

ทำไมค่าการกลั่นสูงจึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

จุดที่ทำให้ SPRC น่าสนใจคือจุดเดียวกับที่ทำให้ SPRC น่ากังวล ค่าการกลั่นที่พุ่งสูงเป็นพื้นฐานที่โบรกอ้างในการปรับเป้าราคาขึ้น แต่ตัวเลขเดียวกันนี้คือสิ่งที่ภาคประชาชนและรัฐบาลกำลังเล็งเห็นว่าผิดปกติ มีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้จัดเก็บ ภาษีลาภลอย จากกำไรส่วนเกินของโรงกลั่น พร้อมนำเงินเข้ากองทุนน้ำมันที่ปัจจุบันติดลบถึง 4 หมื่นล้านบาท

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบ 40,000 ล้านบาทคือแรงจูงใจทางการคลังที่ทำให้รัฐต้องการดึงกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นกลับมา มาตรการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาได้แก่ การกำหนดเพดานค่าการกลั่น การยกเลิกการอิงราคาตลาดสิงคโปร์ และการจัดเก็บภาษีลาภลอย หากมาตรการใดมาตรการหนึ่งมีผลบังคับ GRM ที่โบรกใช้คาดการณ์กำไร 4.2 พันล้านบาทก็อาจไม่เป็นจริง

นี่คือสมมติฐานที่ซ่อนอยู่ในราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์ทุกราย ตัวเลข 8.50 บาทและกำไร 4.2 พันล้านบาทตั้งอยู่บนฐานที่ว่ารัฐบาลจะไม่เข้าไปตัด GRM โบรกเกอร์ที่แนะนำซื้อและรัฐมนตรีที่เรียกประชุมด่วนกำลังอ่านสถานการณ์เดียวกันแล้วสรุปคนละทิศ ผู้ถือหุ้นกำลังเดิมพันกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

ตัวแปรที่ตัดสิน: ฮอร์มุซ เวลา และการประชุมวันพรุ่งนี้

มีตัวแปรภายนอกที่จะตัดสินทิศทาง GRM ก่อนที่การประชุมของรัฐบาลจะมีข้อสรุป วันที่ 17 กรกฎาคมนี้คือ deadline ที่สหรัฐฯ กำหนดให้ธุรกรรมน้ำมันอิหร่านทั้งหมดต้องหยุดลง หากสถานการณ์ฮอร์มุซทวีความรุนแรงต่อหรือการคว่ำบาตรเข้มขึ้น GRM และราคาน้ำมันจะยังได้รับแรงหนุน แต่ถ้าการทูตเปิดทาง อุปทานน้ำมันกลับ GRM จะย้อนกลับลงเร็วกว่าที่ตลาดคิด

สำหรับผู้ที่ถือ SPRC อยู่แล้ว ตัวแปรที่ต้องติดตามไม่ใช่ราคาน้ำมันโลก แต่คือผลการประชุมระหว่างกระทรวงพลังงานกับโรงกลั่น หากรัฐบาลประกาศเพดาน GRM หรือมาตรการดึงกำไรคืน วิทยานิพนธ์ 4.2 พันล้านที่โบรกประเมินไว้จะต้องคำนวณใหม่ทั้งหมด สำหรับผู้ที่ยังไม่ถือ วันที่ 17 กรกฎาคมคือ checkpoint แรกที่ควรรอ หากการคว่ำบาตรอิหร่านมีผลเต็มรูปแบบและ GRM ยังทรงตัวหลังวันนั้น บวกกับรัฐบาลไม่ได้ประกาศมาตรการรุนแรง นั่นคือสัญญาณที่กำไร 62% ยังอยู่บนโต๊ะ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลิก โอกาสกลายเป็นกับดัก

Link copied