SPRC พุ่งนำกลุ่มโรงกลั่น 9%|คนแนะนำเองเตือน เล่นรอบ ไม่ใช่ถือยาว

· SET

SPRC บวกแรงสุดในกลุ่ม แต่คนแนะนำเองเตือนให้ระวัง

หุ้นสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง หรือ SPRC พุ่งขึ้นนำกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีเคมีถึง 9% ระหว่างวัน สวนทางกับดัชนีหุ้นไทยโดยรวมที่ยังลบ. ราคาที่ปรับขึ้นจาก 9.86 บาทมาที่ 10.40 บาทในช่วงเช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ SPRC กลายเป็นหุ้นที่บวกแรงที่สุดในกลุ่ม SET100 ของวันนี้.

สิ่งที่ต่างจากการบวกแรงของหุ้นทั่วไปคือ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวิจัยของบล.เอเซียพลัส ซึ่งเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ชู SPRC เป็นหุ้นเด่นของวันนี้ กลับระบุในบทสัมภาษณ์เดียวกันว่ากลุ่มโรงกลั่นเหมาะกับการ "เล่นรอบ" มากกว่าการถือครองระยะยาว. คำแนะนำและคำเตือนมาจากปากคนเดียวกัน ในบทความเดียวกัน.

เมื่อคนที่ชี้ตัวเลือกเด่นเองระบุกรอบเวลาการถือครองไว้แคบ คำถามที่ต้องตอบจึงไม่ใช่ว่าควรไล่ราคาหุ้นที่บวกแรงสุดหรือไม่ แต่คือแรงหนุนที่ทำให้ราคาบวกขนาดนี้ตั้งอยู่บนฐานที่มั่นคงแค่ไหน และจะหายไปเร็วเพียงใดหากสถานการณ์ที่จุดชนวนมันเปลี่ยน.

ทำไมสงครามครั้งนี้ต่างจากที่ตลาดเคยคาด

จุดเปลี่ยนของวันนี้มาจากสหรัฐฯ ที่กลับมาปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้ง พร้อมประกาศควบคุมและเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ตอบสนองทันทีด้วยการทะยานขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล.

นักวิเคราะห์ระบุชัดว่าระดับราคานี้สูงกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้ว่าจะเป็นเพียงแรงกระตุ้นระยะสั้น. นั่นหมายความว่าตลาดกำลังปรับมุมมองใหม่ ไม่ใช่แค่รับข่าวแล้วซึมซับไปตามปกติ แต่เป็นการยอมรับว่าความขัดแย้งครั้งนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่ประเมินไว้เดิม.

กลไกที่แปลงราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นให้กลายเป็นกำไรของโรงกลั่นคือค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งขยายตัวขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ. ตราบใดที่สงครามยังไม่จบ ส่วนต่างนี้ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรไตรมาสสองของกลุ่มโรงกลั่นถูกประเมินว่าจะแข็งแกร่ง.

รัฐบีบราคาปั๊ม ขณะโรงกลั่นกำลังทำกำไรสูงสุด

ในขณะที่ราคาหุ้นโรงกลั่นกำลังบวกแรงจากกำไรที่คาดว่าจะสูงขึ้น ภาครัฐกลับขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้ปรับลดราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการลงประมาณ 20 ถึง 40 สตางค์ต่อลิตร. นี่คือแรงที่ดึงไปคนละทิศทางกับสิ่งที่ตลาดหุ้นกำลังฉลองอยู่ในเวลาเดียวกัน.

การปรับลดราคาที่รัฐขอความร่วมมือนี้ ถูกประเมินว่าจะกระทบกำไรของผู้ประกอบการราวสองพันล้านบาทต่อไตรมาส. ตัวเลขนี้ฟังดูมาก แต่เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่คาดว่าจะอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาทจากอานิสงส์ราคาน้ำมันและค่าการกลั่น นักวิเคราะห์เองก็ยอมรับว่าผลกระทบยังจำกัด.

สิ่งที่เรื่องนี้บอกจริง ๆ ไม่ใช่ว่านโยบายรัฐกำลังทำลายเรื่องราวการเติบโตของ SPRC แต่เป็นสัญญาณว่ามีแรงถ่วงทางการเมืองอยู่คู่ขนานกับแรงหนุนจากตลาดโลก. แรงถ่วงนี้ยังเล็กเกินกว่าจะพลิกทิศทาง แต่มันคือหลักฐานว่ากำไรของโรงกลั่นไม่ได้ลอยอยู่โดยไม่มีใครจับตา.

ตัวแปรที่ตัดสินว่าเป็นโอกาสหรือกับดัก

เมื่อไล่ดูทั้งราคาน้ำมันที่พุ่ง ค่าการกลั่นที่ขยาย และแม้แต่แรงกดดันจากภาครัฐ ทุกอย่างล้วนหมุนรอบตัวแปรเดียวกันคือส่วนต่างราคาน้ำมันดิบกับราคาผลิตภัณฑ์กลั่น ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะยืดเยื้อไปอีกนานแค่ไหน. นี่คือจุดที่ทำให้คำเตือนของนักวิเคราะห์เองมีน้ำหนัก เพราะทุกอย่างที่หนุนราคาหุ้นวันนี้ ผูกอยู่กับตัวแปรเดียวที่พลิกกลับได้ทันทีที่มีข่าวเจรจา.

สำหรับผู้ที่ถือ SPRC อยู่แล้ว จุดที่ต้องจับตาคือข่าวการเจรจาหรือสัญญาณยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งนักวิเคราะห์เองระบุว่าจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงทันที. สำหรับผู้ที่ยังไม่ถือและกำลังพิจารณาไล่ราคา จุดสังเกตคือราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องนานแค่ไหน เพราะนั่นคือฐานที่ค่าการกลั่นทั้งหมดอ้างอิงอยู่.

หากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อไปได้ การเคลื่อนไหวของ SPRC ในวันนี้ยังเป็นจังหวะที่เล่นรอบได้ตามคำแนะนำของนักวิเคราะห์เอง. แต่ทันทีที่ราคาน้ำมันหลุดระดับนี้จากข่าวเจรจาหรือสัญญาณคลี่คลายของสงคราม นั่นคือจุดที่ต้องพิจารณาถอยออกจากกลุ่มโรงกลั่นก่อนที่ค่าการกลั่นจะหดตัวเร็วกว่าราคาหุ้น.

Link copied