TRUE|ผู้ถือหุ้น 7% 3 หมื่นล้าน โผล่-หาย ก.ล.ต.ยันข้อมูลเท็จ?

· SET

บทที่ 1 — ปริศนาที่ทำให้ทั้งตลาดหยุดคิด

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เพิ่งผ่านหนึ่งในเหตุการณ์ที่แปลกที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย

เพียงเอกสารการยื่นแบบ 246-2 ฉบับเดียว ได้จุดกระแสความสงสัยไปทั่วตลาดทุนในชั่วข้ามคืน เมื่อปรากฏชื่อ "สุภาพร พิมพงษ์" เป็นผู้ถือหุ้น TRUE ในสัดส่วน 7.0992% คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท

คำถามที่ตลาดถามทันทีคือ "สุภาพร" คือใคร และมีเงิน 3 หมื่นล้านมาจากไหน

คำตอบที่ได้รับเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 ยิ่งน่าตกใจกว่า เมื่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ยืนยันว่า ธุรกรรมเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ว่า "สุภาพร" คือใคร แต่คือระบบที่ควรปกป้องนักลงทุนจากข้อมูลเท็จ กลับเป็นช่องทางที่ข้อมูลเท็จนั้นเข้ามาได้และอยู่ในระบบนานถึง 6 วันก่อนถูกถอด

บทที่ 2 — ระบบ 246-2 ทำงานอย่างไร และเปิดช่องตรงไหน

แบบ 246-2 คือเอกสารที่นักลงทุนต้องยื่นต่อ ก.ล.ต. เมื่อถือครองหุ้นเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เป้าหมายคือให้ตลาดรู้ว่าใครถือหุ้นก้อนใหญ่ เพื่อป้องกันการครอบงำที่ซ่อนเร้น

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในกรณีนี้คือ ระบบรับข้อมูลโดยไม่มีการยืนยัน cross-check กับสมุดทะเบียนหุ้นของบริษัทก่อนเผยแพร่

ผลคือข้อมูล "สุภาพร พิมพงษ์" ถูกเผยแพร่เมื่อ 2 กรกฎาคม และ ก.ล.ต. ขึ้นสถานะ "ข้อมูลเบื้องต้น" ในวันที่ 3 กรกฎาคม จากนั้นเปลี่ยนเป็น "อยู่ระหว่างตรวจสอบ" ในวันที่ 7 กรกฎาคม และถอดออกในวันที่ 8 กรกฎาคม

ระหว่างนั้น 6 วัน นักลงทุนที่อ่านข้อมูลนี้ต้องตัดสินใจโดยไม่รู้ว่าตัวเลขที่เห็นเป็นความจริง

ยิ่งน่ากังวลกว่านั้น ก.ล.ต.พบว่า สุภาพรยังยื่นรายงานแบบ 59 ซึ่งเป็นแบบสำหรับกรรมการและผู้บริหาร ทั้งที่ไม่ได้เป็น — แสดงว่าช่องโหว่นี้ไม่ได้อยู่แค่ใน 246-2 แต่อยู่ในกระบวนการยืนยันตัวตนของระบบ ก.ล.ต. โดยรวม

บทที่ 3 — มูลเหตุยังเป็นปริศนา และผลกระทบต่อ TRUE คืออะไร

คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ ทำไม "สุภาพร" จึงยื่นข้อมูลเท็จเหล่านี้

ก.ล.ต.ยืนยันว่า "สุภาพร" มีตัวตนจริงและยอมรับว่าเป็นผู้ยื่นรายงาน แต่มูลเหตุยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอยู่ในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย

สิ่งที่น่าสังเกตคือ รายงานเหล่านี้ครอบคลุมหุ้น 6 ตัว ได้แก่ TRUE, MAJOR, GJS, BBL, AAV และ KBANK ซึ่งไม่ใช่หุ้นขนาดเล็กที่ไม่มีสภาพคล่อง แต่เป็นหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่ที่นักลงทุนรายย่อยซื้อขายประจำ

หากมูลเหตุคือการจงใจสร้างความสับสน ไม่ว่าจะเพื่อ Short Squeeze หรือดึงดูดความสนใจมายังหุ้นบางตัว ผลกระทบต่อตลาดก็ยังอยู่ในระดับจำกัด เพราะ ก.ล.ต.ถอดข้อมูลออกก่อนที่ราคาหุ้น TRUE จะเคลื่อนไหวผิดปกติในระยะยาว

แต่ถ้ากรณีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "บัญชีม้า" ขนาดใหญ่ที่ ก.ล.ต.กำลังสอบสวน ขอบเขตของปัญหาอาจกว้างกว่าที่เห็น

สำหรับหุ้น TRUE เอง ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลง โบรกเกอร์ยังคาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 แข็งแกร่ง รับรายได้อินเทอร์เน็ตมือถือและบรอดแบนด์ที่เติบโต

บทที่ 4 — ตัวชี้วัดที่แท้จริงและท่าทีของนักลงทุน

ความเสี่ยงหลักของเหตุการณ์นี้ไม่ได้อยู่ที่หุ้น TRUE โดยตรง แต่อยู่ที่ว่า ก.ล.ต.จะแก้ไขช่องโหว่ระบบ disclosed อย่างไร และผลการสอบสวน "บัญชีม้า" จะพบอะไร

สิ่งที่ต้องติดตามคือผลการดำเนินคดีตามมาตรา 302/1 ที่ ก.ล.ต.เตรียมฟ้อง หากพบว่า "สุภาพร" ทำคนเดียวโดยไม่มีเครือข่าย คดีนี้จะปิดลงโดยไม่กระทบตลาดในวงกว้าง

แต่ถ้าการสอบสวนบัญชีม้าพบผู้เกี่ยวข้องหลายราย หรือพบว่ามีการใช้ข้อมูลเท็จเหล่านี้ในการซื้อขายหุ้นจริง ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบ disclosed ของตลาดทุนไทยจะมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้ถือหุ้น TRUE: ปัจจัยพื้นฐานยังสนับสนุน แต่ควรติดตามว่า ก.ล.ต.จะเปิดเผยผลสอบเพิ่มเติมเมื่อใด ก่อนตัดสินใจขยายพอร์ต

สำหรับผู้ที่ยังไม่ถือ TRUE: เหตุการณ์นี้ยืนยันว่าข้อมูล disclosed ในระบบ ก.ล.ต.ต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรตัดสินใจซื้อ-ขายบนข้อมูลที่ยังมีสถานะ "เบื้องต้น"

ตัวชี้วัดที่จะบอกว่ากรณีนี้จบแล้วจริงคือ ผลคำตัดสินคดีมาตรา 302/1 และรายงานสรุปการตรวจสอบบัญชีม้าจาก ก.ล.ต.

ถ้าคดีปิดโดยพบ "สุภาพร" คนเดียว ไม่มีเครือข่าย นั่นคือสัญญาณว่าความเสี่ยงระบบจำกัด และ TRUE กลับสู่การวิเคราะห์บนพื้นฐานธุรกิจปกติ แต่ถ้าพบเครือข่ายกว้างขึ้นหรือการใช้ข้อมูลเท็จในการซื้อขาย นั่นคือสัญญาณว่าตลาดยังมีความเสี่ยงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

Link copied