ทอง YTD -5.7% แต่ SET รับเงิน 5 พันล้าน|Valuation แพงสุดภูมิภาค สัญญาณหยุดพักหรือสลับขั้ว?
วันที่ตลาดโลก de-risk แต่เงินไหลเข้าไทย
ทองคำที่เคยบวก 30% ต้นปีนี้ ตอนนี้ติดลบ 5.7% นับจากต้นปี ขณะที่ต่างชาติและ Prop desk ซื้อสุทธิหุ้นไทย 5,000 ล้านบาทในวันเดียว
SET ปิดวันนี้ที่ 1,592.41 จุด บวก 20.09 จุด หรือ 1.28% มูลค่าซื้อขายรวม 67,381 ล้านบาท กลุ่มที่นำตลาดขึ้นมีทั้ง DELTA, KBANK, SCB, ADVANC และ GULF ซึ่งต่างบวกในทิศทางเดียวกันราวกับว่ามีเม็ดเงินกลุ่มเดียวกันเข้ามาพร้อมกัน ตัวเลขของบล.ไอร่าชี้ชัดว่าต่างชาติและ Prop desk เป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อน — ไม่ใช่รายย่อย
ตัวเร่งที่ตลาดอ้างถึงคือการที่ทรัมป์เปิดเผยว่าข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลางมีโอกาสลงนามเร็วๆ นี้ ทำให้ความกังวลเรื่องช่องแคบฮอร์มุซลดลง ราคาน้ำมัน Brent ยังอยู่เหนือ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ภาพรวมความเสี่ยงในตลาดพลังงานเบาลง ในวันเดียวกัน PTTGC ออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ยืนยันว่าส่งมอบ ณ หน้าโรงกลั่นเท่านั้น ไม่มีอำนาจควบคุมการขนส่งหลังจากนั้น
แต่ตัวเลขจากตลาดโลกบอกเรื่องที่ต่างออกไป CPI สหรัฐอเมริกาเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 4.2% YoY สูงสุดในรอบสามปี ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยวันที่ 11 มิถุนายน และ BOJ เตรียมประชุมวันที่ 16 มิถุนายน Fund Flow MTD ออกจากเกาหลีใต้ 14,000 ล้านดอลลาร์ ออกจากไต้หวัน 11,000 ล้านดอลลาร์ และออกจากอินเดีย 4,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไทยสุทธิเพียงติดลบ 5 ล้านดอลลาร์ — น้อยกว่าเพื่อนบ้านมากจนน่าสังเกต
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าตลาดโลกอยู่ใน De-Risking Mode หุ้นสหรัฐลงระหว่าง 1.6% ถึง 2.0% ทว่า SET ในวันเดียวกันกลับบวก 1.28% ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ได้บอกเรื่องเดียวกัน และเม็ดเงิน 5,000 ล้านที่เข้ามาในวันนี้คือหลักฐานที่ต้องอธิบาย
เมื่อทองคำไม่ใช่ที่หลบภัยอีกต่อไป — เม็ดเงินมาที่ SET ด้วยเงื่อนไขอะไร
ทองคำทำหน้าที่ที่นักลงทุนคุ้นเคยมาสองปีคือดูดซับเม็ดเงินในช่วง De-Risk — แต่ตัวเลข YTD -5.7% บ่งบอกว่าฟังก์ชันนั้นเริ่มใช้งานไม่ได้ในสภาพแวดล้อมที่ดอกเบี้ยแท้จริงเป็นบวกและขาขึ้น
เงินที่หนีออกจากทองต้องหาที่ใหม่ ตลาดพันธบัตรสหรัฐให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่เม็ดเงินส่วนหนึ่งเลือกเข้า Equity Market ที่มี upside จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลาย SET อยู่ในจุดที่รับอานิสงส์สองต่อ — ตลาดที่ไม่เชื่อมโยงกับ Tech cycle ของสหรัฐโดยตรง บวกกับการคลายตึงของความเสี่ยงน้ำมัน
บล.ไอร่าระบุว่าแนวรับอยู่ที่ 1,580 จุด แนวต้านที่ 1,590-1,600 จุด และยังมองว่าตลาดเปราะบาง คาดผันผวนต่อ ขณะที่บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า Valuation ไทยแพงสุดในภูมิภาค นี่คือสองกรอบที่นักลงทุนต่างชาติและ Prop desk ใช้พร้อมกันในวันเดียว — กลุ่มหนึ่งซื้อโดยเชื่อว่า SET คือ safe alternative, อีกกลุ่มหนึ่งตั้งแนวต้านที่ 1,600 จุดอย่างระมัดระวัง ทั้งสองกลุ่มใช้ฐานข้อมูลชุดเดียวกันแต่ได้ข้อสรุปต่างกัน เพราะสมมติฐานที่ไม่ได้พูดถึงของแต่ละกลุ่มคนละชุด — กลุ่มแรกถือว่า TISA และแรงขับจากสันติภาพยังค้างอยู่, กลุ่มหลังถือว่า Valuation premium ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับระยะยาว
ประวัติศาสตร์ให้กรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ ช่วงธันวาคม 2564 ถึงมีนาคม 2565 BOE ขึ้นดอกเบี้ยก่อน FED ตลาดโลกลง 7.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ SET ปิดบวก 0.84% กลไกที่ทำให้ SET รอดในครั้งนั้นคือการเป็นตลาดที่ไม่ได้ถือสินทรัพย์ประเภท Duration-sensitive เท่าตลาดอื่น บวกกับการเปิดประเทศหลัง COVID ที่ให้ earnings growth เฉพาะตัว
แต่เงื่อนไขในปี 2569 ไม่เหมือนเดิม Valuation ในครั้งนั้นยังไม่ได้ถูกนิยามว่า "แพงสุดในภูมิภาค" กลไกเดิมอาจยังใช้ได้ หรืออาจไม่ใช่กลไกเดิมที่ขับเคลื่อนเม็ดเงินวันนี้ — ตัวเลข 5,000 ล้านในวันเดียวยังไม่เฉลยว่าเม็ดเงินนี้มีเงื่อนไขระยะสั้นหรือระยะกลางอยู่ด้วย
TISA และ 1,600 จุด — ตัวแปรที่จะเฉลยว่าเม็ดเงินนี้ค้างหรือผ่าน
คำถามที่ยังค้างจากชั้นที่แล้วคือ: เม็ดเงินต่างชาติ+Prop ที่เข้าวันนี้ 5,000 ล้านบาทมาด้วยเงื่อนไขอะไร และจะอยู่นานแค่ไหน
บล.ไอร่าระบุ TISA ว่าถ้ามีความชัดเจนในเดือนนี้จะเป็น sentiment บวก ตัวแปรนี้สำคัญเพราะมันคือสิ่งที่แตกต่าง SET จากตลาดอื่นในภูมิภาคที่ Fund Flow MTD ไหลออกหนัก — TISA ให้ narrative ที่ทองและตลาด Duration-sensitive ไม่มี
สำหรับทิศทาง มีเงื่อนไขสองชุดที่ต้องติดตาม ฝั่งที่จะดึงเม็ดเงินต่อ: SET ทะลุ 1,600 จุดพร้อมกับความชัดเจนของ TISA ก่อนสิ้นมิถุนายน และ ECB กับ BOJ ส่งสัญญาณ Rate Path ที่ไม่ aggressive กว่าที่ตลาดคาดไว้ในการประชุมวันที่ 16 มิถุนายน ฝั่งที่จะทำให้เม็ดเงินย้ายออก: Valuation ที่แพงสุดในภูมิภาคจะทนแรงกดดันได้ยากถ้า ORACLE effect ลาม — บริษัทที่กำไรดีกว่าคาดแต่หุ้นร่วง 10% after-hours เพราะประกาศ AI Capex เพิ่ม 4,000 ล้านดอลลาร์ บ่งบอกว่าตลาดสหรัฐกำลังลงโทษ Capex หนัก ถ้ากระแสนี้กระจายไปยัง Risk Asset โดยรวมก็จะกดดัน Valuation ทุกตลาด รวมถึงไทย
ตัวเลขที่ต้องติดตามพรุ่งนี้คือแนวต้าน 1,590-1,600 จุดของ SET และทิศทาง Fund Flow ต่างชาติว่าจะซื้อต่อหรือเริ่มขายทำกำไร บล.ไอร่ายังไม่เปลี่ยนมุมมองว่าตลาดเปราะบาง ขณะที่การซื้อ 5,000 ล้านในวันนี้ยังไม่บอกว่าเป็น position เปิดใหม่หรือ rebalancing ที่จะกลับทิศเมื่อทองเริ่มฟื้น
คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่า SET จะผ่าน 1,600 จุดหรือไม่ — แต่คือผู้ที่ซื้อวันนี้ใช้สมมติฐานชุดเดียวกับที่ทำให้ SET รอดในปี 2565 หรือเปล่า และถ้าสมมติฐานนั้นผิด เม็ดเงิน 5,000 ล้านจะกลายเป็นแรงขายเมื่อไหร่
- [dailynews.co.th] ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 20.09 จุด ตอบรับสงครามตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง - เด…
- [thansettakij.com] โบรกฯ ชี้ตลาดหุ้นไทย เริ่มแพง เตือนระวังเงินไหลออกหุ้นใหญ่ แนะนำกลุ่มห…
- [ryt9.com] 4 รัฐอเมริกาจี้ Nasdaq–FTSE เบรกแผนเร่ง SpaceX เข้าดัชนี หวั่นกระทบกอง…
- [thairath.co.th] PTTGC ชี้แจงข้อเท็จจริง ยันไม่เกี่ยว “กักตุนน้ำมัน” - HoonVision | หุ้…
- [bangkokbiznews.com] JAS โบรก ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เพิ่มเป้าเป็น 1.60 บาท มองฟุตบอลโล…
- [thebangkokinsight.com] “ต่างชาติ-พร็อพ” เคาะซื้อหุ้นไทย 5 พันล้าน ดัน SET ปิดบวก 20 จุด - ข่า…